วันที่ 15 มกราคม 69 ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เหตุเครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 หน้าโรงแรมปารีส
โดยทันทีที่ดร.สุชัชวีร์ ทราบข่าว ได้ ถามผู้สื่อข่าวด้วยความตกใจว่า ”เหตุเกิดวันนี้หรือ เห้ย นี่ประเทศไทย“ ก่อนที่อธิบายว่าเป็นเครนลักษณะเดียวกันกับที่ถล่มทับรถไฟใน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ดร.สุชัชวีร์ ตั้งข้อสังเกตว่าเครนแบบนี้เหมือนกับการย้อมแมวขายหรือไม่ เพราะในต่างประเทศจะใช้เหล็กตันดังนั้นโอกาสที่จะเคลื่อนตัวจึงเกิดยาก เหล็กตันมีราคาค่อนข้างแพง บ้านเราจึงใช้เป็นเหล็กถักซึ่งอ่อนแอกว่า ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
ตนเองในฐานะวิศวกรและประชาชนคนหนึ่งเรียกร้องมาตั้งแต่ก่อนทำการเมือง ประเทศไทยแปลกที่สุด เราเกาหลังกันเอง ลูบหน้าปะจมูก ไม่เคยมีเจ้าภาพมาดูแลความปลอดภัยสาธารณะอย่างจริงจัง เจ้าภาพควรจะออกมาพูดเพราะเป็นคนที่มีข้อมูลละเอียดที่สุด ยกตัวอย่าง กรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตอนนี้หลักฐานหายไปแล้ว
ดร. สุชัชวีร์ กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่เครนจะอยู่ในช่วงหมดอายุการใช้งานหรือเสื่อมคุณภาพ แต่บางทีไม่ต้องหมดอายุการใช้งานแต่คุณภาพไม่ได้ตั้งแต่ต้น ดังนั้นต้องดูว่าของมีคุณภาพหรือไม่ หากของไร้คุณภาพและใช้ในประเทศไทยจำนวนมากถือเป็นจุดอันตรายที่สุด แต่นี่เป็นคำถามที่พวกเราไม่เคยมีคำตอบ ตั้งแต่กรณีสะพานลาดกระบัง ถนนพระราม2 ตึก สตง. ที่ไม่รู้จะเอาผิดได้หรือไม่
ประเด็นวันนี้ไม่ใช่ประเด็นด้านวิศวกรรม เพราะงานเช่นนี้ควรจะปลอดภัย 100% ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเราก่อสร้างมาเป็น 100 กิโลเมตร ต่างประเทศเขาทำมาเป็น 10,000 กิโลเมตร คำถามที่ควรจะถามคือ ประชาชนจะได้คำตอบกี่โมง และใครจะเป็นผู้ให้คำตอบ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้ให้คำตอบคือคณะกรรมการกลาง ความปลอดภัยองค์กรความปลอดภัยสาธารณะ ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยเพื่อสาธารณะ ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ส่วนผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการ จะต้องมีการเซ็นรับรองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา เพื่อเข้ามาหาสาเหตุ หาหลักฐานที่รัดกุมเพื่อส่งฟ้องได้
“เราต้องฟ้องร้องได้ ไม่เช่นนั้นสุดท้ายจะลอยนวล อย่างกรณีเครนทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว หลักฐานไม่มี ซึ่งถือเป็นความชอกช้ำ เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ตายแล้วตายอีก ครั้งนี้หนักมากเป็นความอับอายของประเทศไม่ควรที่จะเกิดขึ้น” ดร.สุชัชวีร์ กล่าว








