“พรรคเพื่อไทย” นำโดยทีมเศรษฐกิจ-แคนดิเดตนายกฯ เข้าหารือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ “Hope 69” มุ่งยกระดับเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ดัน “อาหารเป็นยา” และ Wellness Hub พร้อมรื้อระบบการศึกษาไทยสร้าง Global Citizen หวังดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์
วันที่ 13 ม.ค.2568 ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจของพรรค นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้สมัคร สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ อาทิ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นางนลินี ทวีสิน อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย, ศ.สุชาติ ธาดาดำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรงงการคลัง, นายชัย วัชรวงค์ อดีตผู้แทนการค้าไทย, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และ นายฉัตริน จันทร์หอม 2 อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง หารือเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชนและสร้างความร่วมมือเชิงนโยบาย ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569
นายพจน์ ระบุว่า ในวาระที่หอการค้าฯ ก้าวสู่ปีที่ 94 พร้อมเครือข่ายสมาชิกกว่า 200,000 ราย ได้นำเสนอแนวคิด "Hope 69" เพื่อสร้างความหวังใหม่ให้ประเทศผ่าน 3 ด้านหลัก 1.กำหนดวาระแห่งชาติ สร้างความต่อเนื่องทางนโยบาย โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา 2.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เร่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการและกำลังซื้อ 3.สร้างเสถียรภาพการเมือง เพื่อดึงดูดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การมาเยือนครั้งนี้เพื่อ "สะท้อนความจริง" และรับฟังเสียงจากภาคธุรกิจ โดยชูธงโมเดล "Innovation-driven Economic Growth" หรือการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับความหลากหลายทางชีวภาพของไทย จากอู่ข้าวอู่น้ำ สู่ Nutrition Security ยกระดับสินค้าเกษตรสู่ "อาหารเป็นยา" (Functional Food) และ Future Food และ Wellness & Service Hub: ขยายตัวจาก Medical Hub สู่ศูนย์กลางดูแลสุขภาพครบวงจร พร้อมดัน Rainbow Economy เปิดรับความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเน้นย้ำว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส ลดคอร์รัปชัน ผ่านระบบ Digital Government และ One ID / Super App เพื่อลดขั้นตอนการติดต่อราชการ (Guillotine Law) รวมถึงการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน Physical AI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ในด้านการศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน ยอมรับว่าต้องมีการ "Reshuffle" หรือรื้อระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อทำ Reskill-Upskill ครั้งใหญ่ มุ่งสร้าง Global Citizen ให้เด็กไทยมีทักษะระดับสากล สามารถทำงานได้ทุกที่ทั่วโลก
“พรรคเพื่อไทยเสนอจุดยืนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โดยวางประเทศไทยให้เป็น "Sanctuary" หรือพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย เพื่อดึงดูดการย้ายฐานการผลิต (Relocation) และการลงทุนจากทั่วโลก และเห็นด้วยกับ 'Hope 69' เราต้องสร้างความหวังที่จับต้องได้จริง โดยมีรากฐานจากการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว








