วันที่ 11 ม.ค.69 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร – โจ – Chaiwat Sathawornwichit เผยข้อมูล "เงินสด 160,000 ล้านบาทถูกเบิกออกไปไหน? ในช่วง 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง" ว่า มีผู้ใหญ่ในวงการธนาคารกระซิบมาว่า “ช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา มีการถอนเงินสดจากธนาคารต่างๆมากผิดสังเกต มาถอนกันหลักร้อยล้าน พวกคุณสู้เหนื่อยแน่!”
ผมเลยไปเปิดข้อมูลสถิติธนบัตรของแบงก์ชาติ (ลิ้งก์ในคอมเมนต์) แล้วสิ่งที่เห็น…น่าตกใจมาก ในขณะที่เราประกาศว่าไทยจะเป็นสังคมไร้เงินสด cashless society
จาก ก.ค. 2568 – พ.ย. 2568 ธนบัตรที่ “ถูกเบิกออกจากแบงก์ชาติ” รวม 160,816 ล้านบาท
เฉพาะ ก.ย. 2568 เดือนเดียว ถูกเบิกออกไปถึง 127,010 ล้านบาท
นี่คือตัวเลขการเบิกเงินสดรายเดือนที่ "สูงที่สุดในประวัติศาสตร์" แม้อาจจะอ้างได้ว่าเป็นฤดูกาลปลายปีงบประมาณ แต่ถ้าเทียบข้อมูลย้อนหลังหลายปี มันไม่ใช่ค่าปกติตามฤดูกาล (Seasonal) แต่อย่างใด
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นช่วงนั้น?
ไทม์ไลน์ทางการเมืองในช่วงเดียวกันคือ
-ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีคลิปเสียง ฮัลโหลอังเคิลกับฮุนเซน
-ส.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายก
-ก.ย. 2568 อนุทิน ทำ MOA ยุบสภา ภายใน 4 เดือน
คำถามที่ผมขอฝากไปถึง ปปง. และผู้เกี่ยวข้องและสังคมไทย: เงินสดแสนกว่าล้านนี้ ถูกเบิกไปเตรียมทำอะไร? ในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังจะมาถึง?
นี่คือสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของประชาชนคนไทย
เงินสดมหาศาลขนาดนี้ ไม่ใช่เงินซื้อข้าวซื้อของตามปกติแน่นอน
แต่คือเงินที่สามารถซื้อเสียง ซื้อเครือข่าย และซื้ออำนาจรัฐได้
และแน่นอนเงินเหล่านี้ไม่มากก็น้อยมาจากทุนเทาที่ปล้นประชาชนมา
อย่ายอมให้ประชาธิปไตยไทยถูก “ซื้อ”
ถ้าคุณ…อยากเห็นเศรษฐกิจไทยก้าวหน้า คนตัวเล็กมีโอกาส และการเมืองที่สร้างสรรค์ เราต้องไม่ยอมรับการ "ซื้อเสียง"
นักการเมืองไทย เจ้าหน้าที่รัฐไทย ไม่โกง
อยากเห็นคนตัวเล็ก มีโอกาสลืมตาอ้าปากทำธุรกิจ
อยากเห็นเศรษฐกิจไทย เติบโตก้าวทันโลก
ทางเดียวคือ การเลือกตั้งที่ “ไม่ยอมรับเงินซื้อเสียง”
เพราะเงินที่เขาเอามาฟาด คือหนี้สินและโอกาสที่ถูกปล้นไปจากอนาคตของคุณและลูกหลานของคุณ








