วันที่ 8 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค ประกอบด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง และพันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค, นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรค และนายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรค ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย "พิฆาตคนชั่ว" เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยได้นำ "เครื่องประหารหัวพยัคฆ์" จำลอง มาเป็นสื่อสัญลักษณ์ในการประกาศสงครามกับกลุ่มอิทธิพลและข้าราชการที่ทุจริตเงินแผ่นดิน
นายพีระพันธุ์ระบุว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงการข่มขวัญ แต่เป็นคำมั่นสัญญาในการจัดการกับกลุ่มคนที่ใช้อำนาจรังแกประชาชน โดยเฉพาะพวกโกงชาติ กลุ่มทุนสีเทา และแก๊งสแกมเมอร์ที่ปล้นเงินประชาชน ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาจากค่านิยมที่ว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" อันเนื่องมาจากข้าราชการและนักการเมืองบางกลุ่มร่วมมือกับทุนเทาปล่อยปละละเลยให้เกิดการฉ้อโกง
พรรครวมไทยสร้างชาติจึงประกาศจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนโกง และไม่ยอมให้กลุ่มทุนเทาเข้ามาครอบงำพรรคหรือการเมืองไทยอย่างเด็ดขาด เพื่อยืนเคียงข้างและพิทักษ์คนดีให้มีที่ยืนในสังคม พร้อมทั้งทำให้สุภาษิต "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" กลับมาเป็นความจริงในแผ่นดินนี้อีกครั้ง
สำหรับ "เครื่องประหารหัวพยัคฆ์" นั้นมีความหมายถึงเครื่องมือลงโทษขุนนางที่ทุจริตคอร์รัปชันในยุคของ "เปาปุ้นจิ้น" บุคคลต้นแบบแห่งความเที่ยงธรรมในประวัติศาสตร์จีน ซึ่งสื่อถึงความเด็ดขาดและการไม่ประนีประนอมกับคนโกงชาติแผ่นดิน โดยภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายพีระพันธุ์และคณะผู้บริหารได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเปิดใบมีดเครื่องประหารหัวพยัคฆ์ เพื่อสื่อถึงการพิฆาตคนชั่วคนโกงให้หมดไปจากประเทศไทย







