8 ม.ค.69 กรุงเทพมหานคร - ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าโครงการขนาดใหญ่ที่ กทม. ได้ดำเนินการแล้วอย่างแท้จริง คือการชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS เป็นเงินทั้งหมดคือ 70,929 ล้านบาท การจ่ายหนี้ก้อนมหาศาลนี้ส่งผลให้ กทม. ได้เป็นเจ้าของขบวนรถและสายส่วนต่อขยาย นายชัชชาติชี้ว่านี่ถือเป็นผลงานของ กทม. และเป็นเรื่องไม่ปกติที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะลงมือลงทุนด้วยเงินตนเองในโครงการขนาดกว่าเจ็ดหมื่นล้านบาท
นายชัชชาติ กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวที่นำมาใช้ในการชำระหนี้ก้อนนี้ มาจากเงินสะสมจ่ายขาดที่ กทม. ได้จากการบริหารงบประมาณอย่างจำกัดและมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า "การกระเบียดกระเสียร" ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
แม้จะมีการชำระหนี้ไปแล้ว แต่ กทม. ยังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถและยังต้องจ่ายค่าบริการ BTS เป็นรายเดือน นายชัชชาติชี้แจงว่ารายได้จากการเดินรถในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อต้นทุนที่ทำสัญญาไว้ (รายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เทียบกับต้นทุน 6,000-8,000 ล้านบาท) ดังนั้น กทม. จึงต้องพยายามหาช่องทางเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์
นายชัชชาติ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี หาก กทม. สามารถ "กลืนเลือด" (อดทนรับภาระ) ทางการเงินนี้ต่อไปได้จนถึงปี 2572 ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาสัมปทานจะหมดลง รายได้จากส่วนที่เป็นเส้นทางหลัก (ไข่แดง) จะสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุน และทำให้สถานะทางการเงินของโครงการเข้าสู่จุดที่ค่อนข้างสูสีได้
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาสัมปทานหนี้สิน BTS ทั้งหมดในระยะยาวนั้น นายชัชชาติยืนยันว่า หลักการที่ได้รับการเห็นชอบร่วมกันคือการให้รัฐบาลเป็นเจ้าของโครงการเพียงรายเดียว (Single Ownership) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและคาดว่ากระบวนการจะดำเนินการต่อกับรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้รัฐบาลรับซื้อสัมปทานกลับคืนไป เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน








