วันที่ 7 ม.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวชี้แจงกรณีถูกพูดถึงการทวงคืนโอกาส 30 ปีของภาคใต้ เป็นการเลือกปฏิบัติหรือพาดพิงบุคคลทางการเมืองว่า ตนขอเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีใครเป็นการส่วนตัว สิ่งที่ตนสื่อสารมาโดยตลอด คือ ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง ว่าในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคอื่นของประเทศมีการพัฒนาไปก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้ประเทศทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ กลับได้รับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในสัดส่วนที่ ยังไม่ทัดเทียมกับศักยภาพของพื้นที่
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้ที่ผ่านมา จะมีผู้บริหารระดับประเทศที่มาจากพื้นที่ภาคใต้หลายสมัย แต่ผลลัพธ์เชิงโครงสร้างพื้นฐานกลับยังไม่สามารถยกระดับภาคใต้ให้ตามทันภูมิภาคอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนเห็นว่า นี่คือความจริงที่ควรพูดอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดการแก้ไขในอนาคต ส่วนประเด็นที่มีการนำไปตีความว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทยแล้วจะพัฒนาเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่ความหมายที่ตนสื่อสาร แต่สิ่งที่พูดคือ หากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งแก้ไขในส่วนที่ภาคใต้ตามภูมิภาคอื่นไม่ทัน เพื่อให้เกิด ความเท่าเทียมเชิงโอกาสโดยเร็วที่สุด
“ผมขอย้ำว่า โอกาสที่เสียไปในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ก็อยากจะชวนชาว 14 จังหวัดภาคใต้ ออกมามาทวงคืนโอกาสที่หายไป เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นตัวแทน ก็จะได้ช่วยกันเข้าไปเพื่อโหวตเพื่อให้งบประมาณต่างๆ กลับเข้ามาสู่ภาคใต้ให้ทัดเทียมภูมิภาคอื่นเร็วที่สุด“ นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกวิจารณ์ว่าเลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม นยพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่เรียกร้องเรื่องความเจริญของภาคใต้เพราะผมเป็นตัวแทนดูแลประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ ส่วนพรรคภูมิใจไทยดูแลนโยบายภาพรวม การพัฒนาประเทศไทยทั้งหมด โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้นำ
แต่ตนในฐานะได้รับมอบหมายเป็นแกนนำรณรงค์การเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ จะให้ไปรณรงค์พื้นที่ภูมิภาคอื่นได้อย่างไรแต่อย่างไรสุดท้าย นโยบายทั้งหมด ก็ต้องนำมาประกอบรวมกันและนำเสนอสู่สภา
“ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากพรรคในการเป็นแกนนำภาคใต้ อยากให้ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วยพิจารณานโยบายพรรคที่รณรงค์หาเสียง ซึ่งหากนโยบายของพรรคภูมิใจไทยโดนใจพี่น้องชาวภาคใต้ ขอให้ท่านช่วยเลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งคนทั้งพรรค ภูมิใจไทยเบอร์ 37” นายพิพัฒน์ กล่าว








