7 ม.ค.69 กรุงเทพฯ - ที่ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ กทม. โดยระบุว่าขณะนี้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จำนวน 4 ราย ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเตรียมตัวสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อยและเท่าเทียม
สำหรับประเด็นป้ายหาเสียงที่อาจกีดขวางทางสัญจรหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญ กทม. ได้จัดทำเมนูพิเศษในแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดและส่งรูปถ่ายป้ายที่พบปัญหาเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขได้ทันที พร้อมกันนี้นายชัชชาติยังเน้นย้ำถึงจุดยืนสำคัญของกรุงเทพมหานครในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
"ในใจเราวางตัวเป็นกลางแน่นอน และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ซึ่งเราพร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามาศึกษาดูงานหรือแลกเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาเมืองได้ เพราะพรรคการเมืองถือเป็นส่วนสำคัญในระบอบประชาธิปไตย หากทุกฝ่ายเข้าใจการทำงานของ กทม. ดีขึ้น ไม่ว่าในอนาคตจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็จะทำให้การทำงานประสานกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรายินดีต้อนรับทุกฝ่ายที่จะมาคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่ต้องไม่ใช่การเข้ามาเพื่อหาเสียงในพื้นที่ราชการ"
ต่อเนื่องถึงประเด็นกระแสข่าวเรื่องการสังกัดพรรคการเมืองในอนาคต นายชัชชาติยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการทำงานฐานะผู้ว่าฯ อิสระ โดยมองว่าการไม่สังกัดพรรคการเมืองระดับชาติช่วยให้การทำงานในระดับท้องถิ่นมีความคล่องตัวและสามารถประสานงานกับทุกภาคส่วนได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งของขั้วการเมือง ซึ่งนายชัชชาติได้กล่าวถึงมุมมองการทำงานนี้ว่า
"ผมคิดว่าการทำงานในฐานะผู้ว่าฯ กทม. แบบอิสระเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะช่วยให้เราประสานงานกับทุกคนได้โดยไม่ต้องพะวงเรื่องสังกัดพรรค เรามุ่งเน้นที่งานระดับท้องถิ่นเป็นหลัก ส่วนที่มีภาพการไปวิ่งในสวนแล้วเจอคนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น ยืนยันว่าเป็นความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็รู้สึกยินดีที่เห็นพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่เราพยายามผลักดันมาโดยตลอด"
เมื่อถามถึงแนวโน้มการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 นายชัชชาติระบุว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะสรุปในขณะนี้ เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นการทำงานในวาระปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการสร้างชุดนโยบายที่ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องความโปร่งใส การลดทุจริตคอร์รัปชัน และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพเมืองผ่านฐานข้อมูล Open Data โดยนายชัชชาติได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงก้าวต่อไปว่า
"เรื่องสมัยที่สองยังไม่ได้สรุปครับ ไม่ต้องรีบ เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ทีมงานกำลังประเมินผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อดูว่าเราจะเสนอชุดนโยบายในอนาคตอย่างไรให้ตอบโจทย์โลกและกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนไป ถ้าเรามีแนวคิดที่ใหม่และตอบโจทย์ได้เราถึงจะเดินหน้าต่อ แต่ถ้าเรายังคิดไม่ออกหรือไม่มีอะไรใหม่ ก็อาจจะให้คนอื่นที่เก่งกว่ามาทำจะดีกว่า สิ่งที่ผมกังวลที่สุดและต้องพัฒนาให้เข้มข้นคือเรื่องความโปร่งใสและการต่อต้านทุจริต"
นอกจากนี้ ในช่วงกิจกรรมวันเด็กที่กำลังจะมาถึง นายชัชชาติยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระมัดระวังเรื่องการแจกของขวัญหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายในช่วงใกล้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำว่ากรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส สุจริต และเป็นไปตามเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
"ผมเชื่อว่าหัวใจของอนาคตคือโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วมาก สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบโจทย์ประชาชนได้จริง ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญคือเรื่องความโปร่งใสและการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ผมอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส สุจริต และเป็นเสียงของประชาชนที่แท้จริง ซึ่ง กทม. เองก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และพร้อมจะจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสมากที่สุด" นายชัชชาติ กล่าว








