เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ช่วงหนึ่งขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งว่า คำว่าทำตัวเป็นกลางก็ทั้งสองอย่างคือไม่ต้องไปเอื้อใคร หรือไปบี้ใคร ในฐานะที่เป็นข้าราชการ แต่ในฐานะส่วนตัวคงไปบังคับกันไม่ได้
เมื่อถามว่า ขณะนี้หลายพรรคการเมืองเริ่มใช้กลยุทธ์นำลูกชาย ลูกสาวมาช่วยในการหาเสียง จะพิจารณา นำลูกชายมาช่วยงานการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะยืนยันว่า “ไม่มี” ครอบครัวของตนต่างคนต่างดูแลตัวเอง และเขาก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
ผู้สื่อข่าวจึงถามแซวว่า ความหล่อของนายกฯ ยังสู้ เด็กๆได้อยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปถามภรรยาของตน
เมื่อถามว่า การหาเสียงจะมีหมัดเด็ดอะไรในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจริงจังจริงใจ และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าถ้าเขาเลือกเรามา เราก็ทำให้ประชาชนได้ จะไปมีหมัดเด็ดไปชกกับใคร ไม่เอาพอแล้ว
เมื่อถามถึง นโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทยมีอะไรที่จะมัดใจคนกรุง นายอนุทินกล่าวว่า ก็นำเสนอนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงชายแดน และสิ่งแวดล้อม
เมื่อถามว่า ในการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันนี้ มีการประกาศกวาดเก้าอี้ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ต้องเข้าใจด้วย มีพรรคที่ไหนจะเดินไปที่ไหนแล้วบอกว่า มาเพื่อเป็นที่ 2 ทุกคนต้องการไปเป็นที่หนึ่งทั้งหมด เป็นเรื่องปกติ ถ้าเข้าไปแล้วบอกอย่ามาเลือก มีพรรคอื่นอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเรื่องแปลก เพราะพรรคภูมิใจไทยไปที่ไหนก็หวังว่าจะได้รับเลือกเหมือนกัน
เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งเป้าจำนวน สส.มากกว่า 100 ที่นั่ง คิดว่าพรรคภูมิใจไทยต้องสู้กับอะไร เพื่อให้เป็นไปตามเป้า นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยคิดสู้อะไรกับใคร คิดแต่ว่าต้องเข้าไปรับใช้บ้านเมือง เข้าไปทำงานให้กับประชาชน ไม่ได้ไปสู้อะไรกับใคร
เมื่อถามว่า มองอย่างไรถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแคมเปญหาเสียงจะเป็นนายกฯที่ดีกว่านายกฯ ที่ผ่านมา นายอนุทิน นิ่งและคิดไปสักระยะก่อนกล่าว “ไม่รู้ ไม่เคยชมตัวเอง”
เมื่อถามว่า ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชนออกมาระบุว่าอยากให้ประชาชนให้โอกาสพรรคประชาชน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ถ้ารอบนี้ทำไม่ได้ 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องมาเลือกแล้ว นายอนุทินพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวต่อว่า “ท่านก็พูดถูก”
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการวิจารณ์ว่าไม่ควรนำปัญหาชายแดนไปกัมพูชามาใช้ในการหาเสียง นายอนุทิน ไม่ได้ตอบ เพียงแต่หันมาฟังคำถามเท่านั้น







