พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงความคืบหน้าแผนจัดหาเรือฟริเกตใหม่ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำ TOR หลังจากที่ได้เดินชมบูธเรือฟริเกตจากหลายประเทศในงาน Defense and Security 2025 โดยย้ำว่าโครงการนี้จะต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ Offset Policy หรือการตอบแทนคืนทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ซึ่งรวมถึงการต่อเรือในประเทศ เพื่อให้ผลประโยชน์กลับสู่ประชาชนมากที่สุด
ผบ.ทร. ระบุชัดว่า “การต่อเรือฟริเกตต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกองทัพเรือ” โดยกองทัพมีหน้าที่บำรุงรักษาและใช้งาน แต่ตั้งเป้าให้เรือฟริเกตลำใหม่ต้องต่อในประเทศให้ได้สัดส่วนมากที่สุด พร้อมย้ำว่าได้มอบนโยบายไปแล้วว่าผลประโยชน์ต้องตกกลับสู่ประชาชนในเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับกระแสข่าวที่ว่ากองทัพเรือสนใจเรือฟริเกตจากตุรกี ผบ.ทร. ชี้แจงว่า “ผมสนใจทุกประเทศ” และยืนยันว่าประเทศตุรกีมีบริษัทต่อเรือฟริเกต 3 แห่ง เช่นเดียวกับบริษัทอื่น ๆ ที่ได้เดินชมในงาน เช่น Ocean, Hyundai และ SK จากเกาหลีใต้ โดยทั้งหมดถูกนำมาพิจารณาเทียบเคียงอย่างรอบด้าน
ผบ.ทร. เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแบบเรือ โดยมีพลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะระถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธาน คณะกรรมการกำลังจัดทำ TOR เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
เขายังกล่าวด้วยว่า หากการจัดหาเรือฟริเกตจำเป็นต้องดำเนินการแบบแพคเกจร่วมกับลำที่ 2 จะต้องของบประมาณเพิ่มเติม และหวังว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะพิจารณาอนุมัติกรอบงบดังกล่าว เพื่อให้กองทัพเรือสามารถขยับการจัดซื้อจาก 1 ลำเป็น 2 ลำ ตามความจำเป็นด้านยุทธศาสตร์ทางทะเล พร้อมเตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป
#เรือฟริเกต #กองทัพเรือ #ผบทร #อนุทิน #จัดหาเรือรบ #OffsetPolicy #ต่อเรือในไทย #ความมั่นคงทางทะเล #Defense2025 #ข่าวการเมืองความมั่นคง







