เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 พ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมประชุม คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติในวันที่ 13 พ.ย.ว่า จะเป็นการประชุมทั้งคณะใหญ่ และคณะรอง ซึ่งได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบแล้ว และถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ ก่อนย้ำว่าเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง เพราะกฎหมายที่ออกมาบางอย่าง ไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ของปุถุชนคนธรรมดา จึงต้องนำมาปรับปรุง
นายโสภณ ระบุว่า ระเบียบกฎหมายบางครั้งออกได้แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้ ควรจะเลิกได้แล้ว ระเบียบที่ฝืนข้อเท็จจริงไม่ว่าเรื่องใด แม้ว่าจะโลกสวย แต่ในการปฏิบัติใช้ชีวิตมันทำไม่ได้ แล้วพอปฏิบัติไม่ได้ก็เป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย นี่เป็นข้อจำกัดของประเทศไทย พร้อมกับมองว่าเป็นอุปสรรค คนที่ปฏิบัติตามกฎหมายก็เสียผลประโยชน์ ส่วนคนที่ละเมิดกฎหมายก็ได้ประโยชน์ และที่สำคัญ เป็นบ่อเหตุ ของการแสวงหาผลประโยชน์ ของหน่วยงาน และคนที่อยู่นอกรีด ใช้เครื่องมือพวกนี้ไปทุจริต ตนจึงมองว่าในรัฐบาลชุดนี้ กฎหมายใดที่ปฏิบัติไม่ได้ หากควรยกเลิก ก็ควรยกเลิก
เมื่อถามว่า ดูแนวโน้มแล้วการยกเลิกเวลา ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น. -17.00 น. หรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า เป็นพ.ร.บ.เก่า จึงต้องไปดูว่าสามารถปล่อยผ่านได้อย่างไร ต้องคุยกันตรงๆในที่ประชุม แล้วมองว่าต้องขยายเวลา ต้องรอผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ แต่ทุกฝ่ายเห็นด้วยทั้งหมด
เมื่อถามว่า จะออกมาในรูปแบบคำสั่งยกเลิกเลยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า หากคณะกรรมการมีอำนาจในการยกเลิกก็ยกเลิกได้เลย แต่ต้องไปดูในรายละเอียดก่อน แต่โดยความเห็นภาพรวม วิถีที่ควรจะเป็น เป็นไปไม่ได้หรอกวิธีแบบนี้
เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหา ผู้ที่จะเข้ามาจัดการประชุมในประเทศไทยมีเรื่องกังวลในกรณีดังกล่าว นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เฉพาะผู้ประกอบการ ประชาชนคนอยากดื่ม ก็รับไม่ได้
เมื่อถามว่า ข้อกำหนดที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้บริเวณสถานศึกษา จะยังมีไว้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ละเอียดอ่อนต้องระวัง ใกล้สถานศึกษา ศาสนสถานต้องเป็นข้อยกเว้น ตอนนี้เยาวชนหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ แต่ในเขตธุรกิจต่างๆ ก็ต้องให้ดำเนินการ เพราะนักดื่มก็ดื่มอยู่แล้ว ก่อนทิ้งท้ายว่ากฎหมายที่ปฏิบัติไม่ได้เลิกเถอะ
เมื่อถามว่า ในวันที่ 13 พ.ย. จะมีข่าวดีใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า "ข่าวดี ข่าวดี" บอกผู้ประกอบการเขาจะได้สบายใจ คนจะได้มาเที่ยวประเทศไทยเยอะๆ เอาเงินมาใช้บ้านเรา








