"ภัทราภรณ์" เปิดใจ นั่งประธานสภา กทม. คนที่ 26 ย้ำตรงไปตรงมาเหมือนเดิม ชูสภาคนรุ่นใหม่ เน้นโปร่งใส
วันที่ 13 ก.ค.69 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางซื่อ ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับเลือกให้เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 อย่างเป็นทางการ โดยระบุถึงวาระสำคัญที่จะขับเคลื่อนหลังจากนี้ คือการสร้างสภาที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็นหลักตามที่ได้แถลงไว้ก่อนหน้านี้ โดยวางกำหนดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ภารกิจเร่งด่วนที่กำลังจะมาถึงคือการพิจารณางบประมาณในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งตนพยายามผลักดันร่วมกับเพื่อนสมาชิกให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ให้ได้เป็นลำดับแรก
สำหรับการทำงานร่วมกับรองประธานสภาทั้ง 2 ท่านนั้น นางสาวภัทราภรณ์เปิดเผยว่าได้มีการพูดคุยแบ่งงานกันไว้คร่าว ๆ แล้ว และมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ยังอยู่ในระหว่างการหารือ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและเรียบร้อยภายใน 1-2 วันนี้ ขณะที่ตำแหน่งโฆษกสภากรุงเทพมหานครนั้น ยังไม่ได้มีการกำหนดสัดส่วนว่าเป็นของพรรคประชาชนหรือกลุ่มใด โดยจะต้องมีการพูดคุยรายละเอียดกันต่อไป
ในส่วนของแรงกดดันในการรับตำแหน่งประธานสภาหญิงคนแรก นางสาวภัทราภรณ์มองว่าไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภาหรือรองประธานสภาต่างก็ต้องมีความกดดันด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันไป โดยเฉพาะการยกระดับสภาให้มีความทันสมัยตามรูปแบบของคนรุ่นใหม่นั้น ตนตั้งใจจะใช้ประสบการณ์ของสมาชิกสภาที่ทำงานมานานหรือคนรุ่นเก่ามาผสมผสานกับการทำงานของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้สภาแห่งนี้รองรับการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของประธานและรองประธานทั้ง 3 คน จะสามารถประสานงานกับเพื่อนสมาชิกทุกคนได้เป็นอย่างดี
"ดิฉันคิดว่าประเด็นของความเป็นผู้หญิง หรือเป็นเพศหญิงหรือไม่นั้น มันไม่ได้มีผลอะไรกับเรื่องความสามารถ เราคิดว่าเราสามารถทำได้อยู่แล้ว และตรงนี้คิดว่าต้องใช้ความร่วมมือของเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ทั้งสภาในการที่จะขับเคลื่อนวาระต่าง ๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถผลักดันสภาที่โปร่งใสได้"
สำหรับการทำงานร่วมกับสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น นางสาวภัทราภรณ์ระบุว่าจะเป็นการพิจารณาไปเป็นรายประเด็น เนื่องจากหลายเรื่องในสภากรุงเทพมหานครมีความเป็นกลาง เช่น ปัญหาของพี่น้องประชาชน หรือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถเจรจาตกลงกันเป็นเรื่อง ๆ ไป ทั้งนี้ตนไม่กังวลเรื่องการบริหารจัดการความสัมพันธ์ในสภา เพราะการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกทุกคนอยู่แล้ว
นางสาวภัทราภรณ์กล่าวถึงบทบาทของสภากรุงเทพมหานครที่หลายคนอาจมองว่าเป็นสภาขนาดเล็กเมื่อเทียบกับระดับประเทศ โดยยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของสภาและสมาชิกทุกท่านที่ต้องช่วยกันผลักดันให้ประชาชนรับทราบถึงการทำงาน เพื่อให้การทำงานมีน้ำหนักมากขึ้น พร้อมทั้งฝากถึงสื่อมวลชนให้ช่วยนำเสนอข่าวสารของสภา กทม. เนื่องจากงบประมาณปีนี้มีจำนวนมหาศาลและเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายพันล้านบาท ซึ่งภายใต้การนำของทีมประธานสภาชุดใหม่จะมีการเพิ่มความเข้มข้นด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
ต่อประเด็นแนวทางการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร นางสาวภัทราภรณ์ยืนยันว่าจะรักษามาตรฐานความตรงไปตรงมาเหมือนเดิม หากเรื่องใดเป็นเหตุเป็นผลและเป็นประโยชน์ก็จะให้การสนับสนุน แต่ในส่วนที่ต้องตรวจสอบก็จะดำเนินการอย่างเข้มข้น ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
สำหรับข้อสงสัยเรื่องสไตล์การทำงานของพรรคประชาชนที่มุ่งเน้นการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อส่งต่อข้อมูลให้ สส. นั้น นางสาวภัทราภรณ์ชี้แจงว่า งบประมาณของกรุงเทพมหานครมาจากฝ่ายบริหารส่งมายัง สก. เพื่ออนุมัติเห็นชอบเป็นข้อบัญญัติ ซึ่งไม่ได้ผ่านไปยัง สส. โดยตรง ยกเว้นเพียงเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่ส่งมายัง กทม. เท่านั้นที่จะผ่านกระบวนการของ สส. อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกยินดีที่มี สส. หลายท่านเข้ามาช่วยสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของงบประมาณกรุงเทพมหานครในวงกว้าง
"เราก็ตรงไปตรงมาเหมือนเดิม ตรงไหนที่สนับสนุนกันได้และเป็นเหตุเป็นผล เราก็สนับสนุนกัน ตรงไหนที่เราจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบ เราก็ตรวจสอบเข้มข้น ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจาก 4 ปีก่อน" ประธานสภากทม. คนที่ 26 กล่าว
#ภัทราภรณ์ #ประธานสภากทม #สภากทม #กรุงเทพมหานคร #สภาคนรุ่นใหม่ #โปร่งใส #การเมืองท้องถิ่น #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








