วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายพีรพล กนกวลัย สส. และเลขาธิการพรรค รวมถึงนางสาวอังสนา เนียมวณิชกุล รองเลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตในกรุงเทพมหานคร หรือ "ระบอบอากง"
โดยนายคริส ระบุว่าภายหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม การซื้อขายตำแหน่ง และการทุจริตในสำนักงานเขต ทางพรรคได้ดำเนินการต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค ได้ไปแจ้งความกรณีสำนักงานเขตใช้ทรัพย์สิน กทม. ในทางมิชอบ วันที่ 11 มิถุนายน ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ร่วมกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อให้สอบการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม และวันที่ 19 มิถุนายน ได้ยื่นต่อกระทรวงแรงงานเรื่องส่วยเทศกิจที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวขายของทั่วกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ยังอ้างอิงข้อมูลจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ระบุว่ามีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ถึงร้อยละ 92 หรือมูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท ที่ไม่มีการประมูล เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งถือเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ข้าราชการและผู้บริหารสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง
"กระบวนการคุยเรื่องงบประมาณที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ไม่ทำเอง แต่ให้อากงมารับบทดำเนินงานแบบสีเทาในสิ่งที่เรียกว่างบแปร โดยจะมีการตัดงบประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ล้านบาท แล้วอากงกับ ส.ก. จะแบ่งเงินกันคนละครึ่ง อากงเอาไป 2,000 ล้านบาท เพื่อดูว่าฝ่ายผู้ว่าฯ จะทำโครงการอะไรต่อ ส่วนฝั่ง ส.ก. อีก 2,000 ล้านบาท ก็เอามาหาร 50 เขต ได้เฉลี่ยเขตละ 40 ล้านบาท ซึ่ง ส.ก. ก็จะเอาเงินนั้นมานั่งคุยให้อากงซอยย่อยโครงการให้ต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อไม่ต้องประมูล แล้วพาผู้รับเหมาของตัวเองมาจนเกิดเป็นเงินทอน 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์"
ประธานพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 ที่ใช้มาเกือบ 40 ปี ให้อำนาจผู้ว่าฯ มากเกินไปแต่ตรวจสอบได้น้อย จนเกิด "ระบอบฮั้ว" ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ในการซอยย่อยโครงการเพื่อเลี่ยงการประมูล ทางพรรคจึงเสนอญัตติแก้ไขปัญหา กทม. ทั้งระบบ โดยเฉพาะการตั้งหน่วยงานอิสระปราบคอร์รัปชันใน กทม. โดยเฉพาะ มีวาระ 6 ปี และคัดเลือกกรรมการจากศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบงบประมาณแสนล้านของ กทม. ซึ่งมาจากงบกลางถึง 36,000 ล้านบาท โดยพบโครงการที่ส่อทุจริตในหลายเขต
นายคริส กล่าวว่า ข้อมูลโครงการที่ส่อทุจริตรวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท พร้อมรายชื่อบริษัทและหลักฐานทั้งหมดจะถูกอัปโหลดลงเพจพรรคเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ
โดยผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปยื่น ป.ป.ช. เมื่อใด นายคริส กล่าวว่า จะไปยื่นภายในอาทิตย์หน้า และยืนยันว่าการซอยย่อยโครงการถือเป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุก ซึ่งทางพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน








