‘ชัยวัฒน์’ ลุยราษฎร์บูรณะ รับฟังปมส่วยลอกท่อ ลั่นหมดเวลาปิดตาข้างเดียว ปัญหาคอร์รัปชันต้องไม่เป็นภาระที่คนกรุงเทพฯ จำยอมจ่ายอีกต่อไป
วันที่ 17 มิ.ย.69 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน พร้อมกับ ‘ป้อง’ ปิยวัช รังผึ้ง ผู้สมัคร ส.ก. เขตราษฎร์บูรณะ เบอร์ 5 และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปที่เขตราษฎร์บูรณะเพื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่
ชัยวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ได้รับฟังปัญหาต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการค้าขายของหาบเร่แผงลอย ซึ่งพรรคประชาชนมีนโยบาย ‘ค้าขายง่าย’ โดยเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย และเพิ่มทางเลือกอาหารราคาถูกให้คนกรุงเทพฯ โดยต้องไม่กระทบต่อทางเท้าของประชาชน
แต่เรื่องน่าประหลาดใจที่ได้มาเห็นในวันนี้คือเรื่อง ‘ส่วยลอกท่อ’ ที่ประชาชนในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ได้สะท้อนให้พวกตนฟังว่า พวกเขาถูกละเลยจากการดูแลของ กทม. ที่ไม่เคยมาลอกท่อให้ จนเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ถึงขั้นที่ประชาชนยอมจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้ามาลอกท่อ แต่เงินที่จ่ายไปกลับสูญเปล่า เพราะเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นไม่ได้เข้ามาลอกท่อเหมือนที่เคยอ้างไว้ สุดท้ายประชาชนต้องลงขันออกเงินซื้ออุปกรณ์มาลอกท่อด้วยตัวเอง
ชัยวัฒน์กล่าวว่า หากเสียงสะท้อนของประชาชนที่เล่ามาเป็นเรื่องจริง ประเด็นนี้ ถ้า กทม. จะชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เอกชน ไม่สามารถเข้าไปดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้ ตนก็ขอตั้งข้อสังเกต 2 ข้อด้วยกัน ข้อแรก หากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เอกชนที่ กทม. ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ ทำไมจึงปล่อยให้มีเจ้าหน้าที่รับส่วยเพื่อเข้ามาช่วยลอกท่อในพื้นที่นี้ และ ข้อที่สอง กทม. มีข้อบัญญัติสำหรับการพัฒนาพื้นที่ส่วนบุคคลที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเปิดช่องให้ กทม. สามารถเข้าไปพัฒนาพื้นที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาไม่น้อยกว่า 10 ปีได้ ทำไม กทม. จึงไม่ใช้ช่องทางดังกล่าวในการเข้าไปช่วยลอกท่อให้กับประชาชน
ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำมาโดยตลอด แต่กลับถูกละเลยในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างครบวงจร และการลอกท่อก็ยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา กทม. ตั้งงบประมาณสำหรับการลอกท่อครอบคลุมเพียง 55% ของท่อทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา
พรรคประชาชนจึงเสนอให้ลอกท่อให้ครบ 100% ทั่วกรุงเทพฯ ทุกปี โดยเพิ่มงบประมาณ 300–500 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำไปใช้ในการจ้างเอกชนเข้ามาช่วยลอกท่อให้มากขึ้น แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรของ กทม. และทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า จากปัญหาที่พวกตนได้รับฟังในวันนี้ สิ่งที่น่าผิดหวังคือ นอกจากประชาชนจะถูกปล่อยปละละเลยและไม่ได้รับการดูแลจาก กทม. แล้ว ประชาชนยังต้องยอมจ่ายส่วยเพื่อหวังให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาได้รับการดูแลที่ดีขึ้น
วันนี้เราจะปิดตาข้างเดียว แล้วพูดว่าที่ผ่านมา กทม. อาจมีสิ่งที่ดีขึ้น และมีการทุจริตเพียงเล็กน้อยไม่ได้อีกแล้ว เพราะการทุจริตใน กทม. ล้วนเป็นต้นทุนที่คนกรุงเทพฯ ต้องจ่าย
ชัยวัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่อย่างที่บางคนตั้งคำถามว่า ทำไมปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่มีอยู่ในหลายระดับของ กทม. จึงถูกนำมาพูดถึงในช่วงนี้ เพราะพวกเราพรรคประชาชนตรวจสอบการบริหารงานของ กทม. มาโดยตลอด ผ่านบทบาทของ สส. และ ส.ก. แต่สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามดัง ๆ ในวันนี้ คือทำไมที่ผ่านมา กทม. จึงยอมปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาแบบนี้ และทำไมประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับต้นทุนเอง
#ชัยวัฒน์ #ราษฎร์บูรณะ #ส่วยลอกท่อ #คอร์รัปชัน #กรุงเทพมหานคร #ปราบโกง #การเมืองท้องถิ่น #ข่าวการเมือง #ตรวจสอบทุจริต #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








