"ดร.ซัน" พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ คว้าเบอร์ 3 ชูนโยบายเด็ด "A.I. CAPITAL" พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่เมืองอัจฉริยะ! กางแผนแก้ปัญหารถติด-น้ำท่วมด้วยปัญญาประดิษฐ์
วันที่ 28พ.ค.69ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยกำหนดการรับสมัครจะมีขึ้นไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งหนึ่งในผู้สมัครที่สร้างความน่าสนใจในวันแรกคือ นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ ดร.ซัน ผู้สมัครอิสระที่ได้หมายเลข 3 สำหรับการลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองหลวงในทุกมิติ
ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่าความพร้อมในการอาสาเข้ามาพัฒนาเมืองหลวงภายใต้แคมเปญหลัก "ครอบครัว กรุงเทพฯ และ A.I. CAPITAL" โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการเมือง เพื่อเปลี่ยนผ่านขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนให้มีความรวดเร็ว มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่ ดร.ซัน นำเสนอเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของคนเมืองหลวง คือการนำระบบปัญญาประดิษฐ์และฐานข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาจัดการกับปัญหาเรื้อรัง ทั้งเรื่องของการจราจรติดขัดและการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมขังอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนานโยบาย "Security Phone" ซึ่งเป็นระบบประสานงานและแจ้งเหตุสองทางผ่านสมาร์ทโฟน โดยตั้งเป้าที่จะกระจายจุดเชื่อมต่อโครงข่ายมากกว่า 100,000 จุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย ป้องกันปัญหาอาชญากรรม และแจ้งเตือนภัยธรรมชาติล่วงหน้าตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานรัฐในการดูแลความปลอดภัยร่วมกันอย่างทั่วถึง
การลงสมัครในนามอิสระครั้งนี้ ดร.พงษ์ศักดิ์ ถือเป็นผู้สมัครที่นำความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชาชีพมาประยุกต์ใช้ โดยมีภูมิหลังการศึกษาทั้งในระดับปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา ปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ และพื้นฐานด้านวิศวกรรมไฟฟ้ากำลังจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อีกทั้งยังเคยผ่านการทำงานสำคัญในระดับประเทศ อาทิ วิศวกรนิวเคลียร์ สังกัดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่ปรึกษากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ดร.พงษ์ศักดิ์ ยืนยันว่า ความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ทั้งในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและด้านการตรวจสอบความโปร่งใส จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองหลวงที่ปลอดภัย มีความทันสมัยตามมาตรฐานสากล และดูแลประชากรทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและผูกพันกันเสมือนเป็นครอบครัวกรุงเทพฯ








