2 มี.ค.69 ที่โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ สุขุมวิท พระโขนง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความชัดเจนในการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่ 2 โดยระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบสรุปในตอนนี้ สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่คือการพิจารณาและพัฒนานโยบายร่วมกับทีมงาน เพื่อดูว่าหากตัดสินใจลงสมัครต่อควรจะมีนโยบายสำคัญเรื่องใดบ้าง หรือแม้หากมีผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อ จะมีโครงการใดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อเมืองบ้าง
โดยนายชัชชาติเน้นย้ำว่าการทำหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุดคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการประกาศตัวว่าจะลงหรือไม่ลงสมัครล่วงหน้าอาจสร้างความสับสนและทำให้ถูกมองว่าการปฏิบัติงานในปัจจุบันเป็นการทำเพื่อหาเสียง ซึ่งนโยบายที่กำลังเตรียมการอยู่นี้หากตกผลึกจนมีคำตอบที่ชัดเจนและดีพอสำหรับประชาชนแล้ว จึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจ
"จริง ๆ แล้วยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องรีบ ตอนนี้ผมคิดถึงนโยบายว่าถ้าเราลงต่อควรจะมีนโยบายอะไรบ้าง หรือถ้าเป็นผู้ว่าฯ สมัยหน้าหรือคนอื่นที่มาแทน มีโครงการอะไรที่น่าสนใจบ้าง การพัฒนานโยบายไม่มีเดดไลน์หรอก เพราะตอนนี้เราต้องทำหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ถ้าพูดไปว่าจะลงหรือไม่ลง มันจะทำให้เกิดความไขว้เขวว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือการทำเพื่อหาเสียงหรือเปล่า ดังนั้นต้องโฟกัสงานตรงนี้ก่อน ผมให้ทีมงานช่วยกันคิดว่าสมมติถ้าเราลงต่อ เราอยากจะเสนอนโยบายอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญและชัดเจน ถ้าตกผลึกว่าเรามีคำตอบที่ดีให้ประชาชนได้แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะคำพูดเป็นนายเรา ถ้าพูดไปแล้วเราปรับคำพูดไม่ได้"
"ผมมองว่ารอสรุปวันสุดท้ายที่หมดวาระเลยก็ได้ เพราะการบอกก่อนไม่ได้มีประโยชน์กับใคร และไม่ได้ช่วยให้ประชาชนตัดสินใจได้ดีขึ้น ประชาชนต้องดูข้อมูลของผู้สมัครทุกคนในวันที่หย่อนบัตรอยู่แล้ว การบอกก่อนจะกลายเป็นเงื่อนไขติดตัวเรา สมมติบอกไม่ลงแล้วเกิดเปลี่ยนใจจะลง มันก็ดูกลับไปกลับมา แต่ตอนนี้ต้องบอกว่าเราคิดนโยบายอยู่ คุยกับทีมงานและเครือข่ายว่าอยากเห็นอะไรในอนาคต แล้วสรุปเป็นเซตนโยบาย ซึ่งต่อให้สุดท้ายผมไม่ลง คนอื่นก็สามารถเอานโยบายนี้ไปใช้ได้ไม่เป็นไร"
"ถ้าจะลงสมัครต่อต้องมีนโยบายใหม่ เพราะ 4 ปีข้างหน้าเป็นปีที่สำคัญมาก โลกเปลี่ยนแปลงเยอะ ถ้าเราไม่ทันโลกกรุงเทพฯ จะเสียโอกาส ผมต้องมั่นใจว่ามีสิ่งที่ดีที่จะเสนอให้คนกรุงเทพฯ ซึ่งเรื่องนี้มีความละเอียดและไม่ง่าย ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์ว่า 4 ปีที่ผ่านมาไม่เห็นผลงาน ผมเคารพความเห็นเหล่านั้นนะ ในระบอบประชาธิปไตยมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ และผมเชื่อว่าไม่สามารถไปเปลี่ยนใจใครได้ จึงคงไม่ได้ชี้แจงอะไรเป็นพิเศษ เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจเองได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เสนอแนะมาอย่างเรื่องฝุ่น เราก็พยายามชี้แจงว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้างแล้ว"
สำหรับการเตรียมความพร้อมในอนาคต นายชัชชาติยืนยันว่าการเมืองระดับชาติไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เพราะกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อยู่แล้ว ส่วนประเด็นเรื่องสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ที่ไม่ได้มีฐานเสียงในมือเลยนั้น ยอมรับว่าเป็นโจทย์ที่ต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับ สก. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งข้อดีคือทำให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเต็มที่ 100% สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ว่ามีการตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ อย่างเข้มงวด แม้จะมีข้อจำกัดบ้างในการพิจารณาข้อกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ทั้งนี้ยืนยันว่าหากมีการลงสมัครในอนาคต จะยังคงรักษาแนวทางความเป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองอย่างแน่นอน







