21 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 3 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ในโอกาสนี้นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สก.เขตจอมทอง ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึงมาตรการรองรับและแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากพบว่าในช่วงวันที่ 12-15 มกราคมที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองเฉลี่ยอยู่ที่ 55.18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
ทางด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ชี้แจงถึงสาเหตุหลักของฝุ่นว่ามาจาก 3 ปัจจัย คือ การเผาชีวมวล สภาพอากาศปิด และการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ แต่จากการดำเนินมาตรการเชิงรุกส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์ปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเทียบสถิติช่วงเดือนธันวาคมของปีปัจจุบันกับปีก่อนหน้า พบจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงถึง 40% และในเดือนมกราคมลดลงถึง 50% ซึ่งเป็นผลมาจากการคุมเข้มมาตรการต่างๆ ทั้งการลดการเผาพื้นที่เกษตรในกรุงเทพฯ และจังหวัดนครนายก รวมถึงการปรับเกณฑ์ตรวจจับควันดำให้เข้มงวดขึ้นจาก 30% เหลือ 20% จนทำให้มียอดจับกุมรถควันดำเพิ่มขึ้นถึง 6.74 เท่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจเข้มไซต์ก่อสร้างและสถานประกอบการไปแล้วกว่า 20,000 ครั้ง (ต.ค.65-ม.ค.69) และมีประชาชนนำรถเข้าร่วมโครงการ Green List Plus จำนวน 186,095 คัน ซึ่งช่วยลดฝุ่นจากภาคจราจรได้ 9.3%
กทม. ยังได้ดำเนินการสร้างแนวกันชนฝุ่นด้วยการปลูกต้นไม้ไปแล้ว 2.3 ล้านต้น และจัดทำสวน 15 นาที จำนวน 441 แห่ง พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยี "นักสืบฝุ่น" วิเคราะห์องค์ประกอบฝุ่นและดึงเครือข่าย Low-cost Sensor เข้ามาร่วมแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast และพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า 7 วัน
ในส่วนของการป้องกันได้จัดทำห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน 1,075 ห้อง ศูนย์เด็กอ่อนก่อนวัยเรียน 115 แห่ง และสถานรับเลี้ยงเด็ก 12 แห่ง รวมถึงเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศในโรงพยาบาลสังกัด กทม. พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับ 6 จังหวัดต้นลมเพื่อห้ามการเผาและใช้มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ทั้งนี้ กทม. ยังคงขับเคลื่อนแผนลดฝุ่น 365 วันตลอดทั้งปี และขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป







