วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ส.ส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความทวงถามความคืบหน้าต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร ถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การป้องกันการคุกคามทางเพศ ที่เสนอโดยนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ ส.ก.เนอส เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ล่าสุดนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความชี้แจงโดยระบุว่าขอให้นางสาวรักชนกอย่าสื่อสารข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด (Misleading) พร้อมยืนยันว่าตนเองเห็นด้วยกับหลักการและเจตนารมณ์ของข้อเสนอดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยคุ้มครองศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของทุกคน ซึ่งตนไม่ได้มีข้อขัดข้องกับเนื้อหาแต่ประการใด โดยที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตตามระเบียบข้อบังคับ และไม่เคยปฏิเสธการดำเนินการในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหากไม่ขัดต่อกฎหมาย
นายวิพุธชี้แจงต่อว่า ในกรณีนี้ได้มีการประสานงานกับ ส.ก.เนอส มาอย่างต่อเนื่อง โดยตนได้โทรศัพท์ไปชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเองเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 13.17 น. ว่ามีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครถอนชื่อรับรองจากญัตติดังกล่าว ต่อมาเมื่อมีการเสนอญัตติเข้ามาใหม่พร้อมผู้รับรองครบถ้วน ตนก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการทันทีโดยไม่มีการดึงเรื่อง ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการส่งให้สำนักงานกฎหมายและคดี กรุงเทพมหานคร พิจารณาความเห็นในประเด็นฐานอำนาจในการตราข้อบัญญัติ เพื่อความรอบคอบและไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภากรุงเทพมหานคร (วิปสภากทม.) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งนางสาวรักชนกก็เข้าร่วมประชุมด้วย ย่อมเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่ผ่านการกลั่นกรองจากวิปสภากทม. ซึ่งประธานสภาฯ เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ ไม่ใช่ผู้รับเรื่องก่อนฝ่ายอื่น การกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ชะลอเรื่องจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ทางด้านนางสาวภัทราภรณ์ หรือ ส.ก.เนอส ได้โพสต์ตอบโต้โดยลำดับไทม์ไลน์การยื่นร่างข้อบัญญัติว่า เริ่มยื่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม โดยมี ส.ก. รับรองครบ 10 ท่าน แต่ในวันที่ 29 ตุลาคม มี ส.ก. ถอนชื่อ 6 ท่าน ทำให้ดำเนินการต่อไม่ได้ ระหว่างนั้นตนได้ปรับปรุงร่างตามคำแนะนำของนักวิชาการ และยื่นร่างที่สองอีกครั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน พร้อมผู้รับรองครบ 10 ท่าน แต่ทางกลุ่มงานกฎหมายสภากทม. ยังคงยืนยันว่าสภาไม่มีอำนาจตราข้อบัญญัตินี้และส่งไปให้สำนักงานกฎหมายและคดีตีความใหม่ ซึ่งตนได้ติดตามเรื่องหลายครั้งแต่ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งในการประชุมวิปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม เพื่อกำหนดวาระการประชุมสภาในวันที่ 7 มกราคม กลับไม่มีร่างข้อบัญญัตินี้เข้าสู่การพิจารณา
ส.ก.เนอสระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสภากทม. เหลือสมัยประชุมเพียง 2 ครั้ง คือในเดือนมกราคมและเมษายน รวม 8 วัน ซึ่งหากไม่สามารถบรรจุวาระได้ทันภายใน 3 วันที่เหลือของเดือนมกราคมนี้ อาจส่งผลให้ร่างข้อบัญญัติประกาศใช้ไม่ทันในสภากทม. ชุดนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่ประธานสภาฯ นำภาพแชทส่วนตัวมาโพสต์และปล่อยให้เรื่องล่าช้า เป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้ง ส.ก. ในเดือนมิถุนายน 2569 หรือไม่ โดยยืนยันว่าประธานสภาฯ มีอำนาจตามข้อบังคับการประชุม พ.ศ. 2562 หมวด 2 ข้อ 11 (3) ในการกำกับดูแลงานในสภา จึงไม่ควรใช้อ้างว่าต้องนั่งรอเอกสารเหมือนสมาชิกทั่วไป และหากประธานสภาฯ มีจุดยืนเรื่องการป้องกันการคุกคามทางเพศจริง ก็ควรผลักดันให้การทำงานราบรื่นและใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่โพสต์ข้อความเพื่อความสวยงามในช่วงหาเสียงเท่านั้น







