‘การดี’ จี้รัฐทบทวน TH-AI Passport ครบ 5 วัน ชี้ระบบล้าหลัง เสี่ยงคนไทย ‘โง่ฉับพลัน’ ยื่น 3 ข้อสู้ก่อนรับงาน

การเมือง5 ก.ย. 2569 • 13:11 น.
‘การดี’ จี้รัฐทบทวน TH-AI Passport ครบ 5 วัน ชี้ระบบล้าหลัง เสี่ยงคนไทย ‘โง่ฉับพลัน’ ยื่น 3 ข้อสู้ก่อนรับงาน

"การดี เลียวไพโรจน์" สส.ปชป. แถลงผลทดสอบ ‘TH-AI Passport’ ครบ 5 วัน รวบรวมข้อกังวลจาก ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ และผู้เชี่ยวชาญ เผยระบบใช้โมเดลล้าหลัง-ไร้ฟังก์ชันทำงานจริง หวั่น TOR ติดตามพฤติกรรมละเมิดสิทธิ ยื่น 3 ข้อเสนอเร่งด่วนถึงรัฐแก้จุดอ่อน-ตั้ง Dashboard วัดผลจริงก่อนตรวจรับงาน

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย.69 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงการเปิดให้บริการโครงการ TH-AI Passport (AiPASS) ครบ 5 วัน ว่า เมื่อวานนี้สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจมาทดสอบระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อนำข้อมูลจริงมาสะท้อนข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาพรวมจากการทดสอบและบทเรียนบนแพลตฟอร์มหลายจุดให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการอวยโครงการ ขณะที่ประชาชนที่ทดลองใช้งานจริงต่างสะท้อนตรงกันว่า เมื่อเทียบกับระบบ AI เวอร์ชันฟรีที่มีอยู่ในท้องตลาด AiPASS ยังตามหลังอยู่มาก ทางสถาบันฯ จึงได้รวบรวมข้อกังวลจากผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาชน มาแปลงเป็นข้อเสนอแนะเชิงรุก เพื่อให้ผู้รับผิดชอบนำไปปรับปรุงก่อนถึงขั้นตอนการตรวจรับงาน

​นางการดี กล่าวว่า ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ได้ทดสอบระบบและให้ข้อเสนอแนะเชิงเทคนิคไว้ถึง 12 ข้อ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าช่องว่างด้านคุณภาพไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นข้อสังเกตทางเทคนิคโดยตรง โดยมี 4 ประเด็นหลักที่กระทบประชาชนมากที่สุด 1.โมเดลฟรีล้าหลัง เลือกใช้ Gemini รุ่นเล็ก (3.1 Flash-Lite) ขณะที่เวอร์ชันฟรีทั่วไปในตลาดใช้โมเดลที่ทันสมัยกว่า 2.โควตาการใช้งานน้อยเกินไป จำกัดเพียงวันละ 20–50 ครั้ง ซึ่งต่ำกว่าระดับการใช้งานจริงที่ควรอยู่ที่ 150–200 ครั้งต่อวัน 3.ไม่รองรับการทำงานจริงไม่สามารถเชื่อมต่อหรือส่งออกไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint ได้ จึงเป็นเพียง Chatbot สนทนา ไม่ใช่เครื่องมือทำงานจริง 4.ขาดฟังก์ชันมัลติมีเดีย: ไม่สามารถวิเคราะห์ไฟล์เสียงและวิดีโอ ซึ่งเป็นงานพื้นฐานที่คนทำงานใช้ประจำและเวอร์ชันฟรีในตลาดทำได้แล้ว
"กังวลว่าระบบนี้จะทำให้คนไทยติดกับดักการใช้ Chatbot แบบตื้นๆ แทนที่จะสร้างทักษะจริง การตั้งโมเดลที่ไม่ฉลาดที่สุดเป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้เกิด 'ภาวะโง่ฉับพลัน' คือผู้ใช้ได้คำตอบด้อยคุณภาพ แล้วเข้าใจผิดว่า AI ทำได้แค่นี้ นอกจากนี้ การออกแบบระบบแบบ One Size Fits All โดยไม่แบ่งกลุ่มผู้ใช้ เช่น SME, สตาร์ทอัพ หรือครู ทำให้ไม่ตอบโจทย์ใครเลยสักกลุ่ม" นางการดี กล่าว


นางการดี กล่าวอีกว่า ในมิติ ธรรมาภิบาลข้อมูลในประเด็นจากข้อกำหนดในขอบเขตงาน (TOR) ที่ระบุว่า ระบบ "สามารถรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงแนวโน้มเป็นรายบุคคลและรายกลุ่มได้" ซึ่งถือเป็นการให้อำนาจติดตามพฤติกรรมประชาชนระดับบุคคลที่ต้องมีคำอธิบายชัดเจน 1.นอกจากนี้ จากการทดสอบยังพบการตั้ง Guardrail ปิดกั้นบางคำสั่ง (Prompt) และพบสัญญาณของอคติ (Bias) ในคำตอบ โดยยังไม่มีคำชี้แจงเรื่อง Data Traceability เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความเป็นส่วนตัว รวมถึงยังขาดความชัดเจนในการพัฒนา National LLM และความเสี่ยงเรื่อง Vendor Lock-in ที่ผู้รับจ้างรายเดิมซึ่งถือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ อาจได้เปรียบในการประมูลโครงการรอบถัดไป
ไม่อยากเห็นประเทศไทยเดินไปสู่ภาพที่ประชาชนรู้สึกว่าตัวเองถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา จากแพลตฟอร์มที่รัฐเป็นเจ้าของเอง


นางการดี กล่าวต่อว่า หากจะประเมินความคุ้มค่า ต้องมี Dashboard และ Baseline ให้เทียบ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Microsoft Work Trend Index และ Global AI Diffusion Report พบว่า การใช้งาน Generative AI ในที่ทำงานของไทยเติบโตสูงถึง 36.4% ต่อปี (เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก) แต่อัตราการเข้าถึง AI ในภาพรวมประเทศกลับอยู่ที่เพียง 12.4% เท่ากับว่ามีประชากรไทยมากถึง 87.6% โดยเฉพาะภาคเกษตร โรงงาน บุคลากรทางการแพทย์และการศึกษา ที่ยังไม่เคยสัมผัส AI จึงเกิดคำถามว่า โครงการนี้ตั้งเป้าจะลดช่องว่าง 87.6% ลงเท่าใดในปีหน้า และจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ นอกเหนือจากยอดลงทะเบียนหรือ Active User ที่ยังไม่มีนิยามชัดเจน


นางการดี ได้เสนอ 3 ทางออกที่ภาครัฐสามารถดำเนินการได้ทันทีก่อนขั้นตอนการตรวจรับงาน: 1.นำข้อเสนอแนะ 12 ข้อของผู้เชี่ยวชาญ ของ ดร.ธนชาติ และคณะ ไปกำหนดเป็นเงื่อนไขการตรวจรับงานอย่างเป็นทางการ 2.เปิดเผยกลไกธรรมาภิบาลข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่อง Data Traceability, การป้องกัน Bias, แผนพัฒนา National LLM และมาตรการป้องกัน Vendor Lock-in ให้สาธารณะตรวจสอบได้ 3.จัดทำ Dashboard วัดผลสัมฤทธิ์ ที่อ้างอิง Baseline อัตราการเข้าถึง AI ของประเทศจริง พร้อมแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้ประเมินความคุ้มค่าได้อย่างมีมาตรฐาน
"ดิฉันพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าของโครงการอย่างเต็มที่ เพราะเป้าหมายคืออยากเห็นเงินภาษีทุกบาททำงานให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทยจริงๆ  นางการดี กล่าว

#THAIPassport #AiPASS #พรรคประชาธิปัตย์ #การดีเลียวไพโรจน์ #ธรรมาภิบาลข้อมูล #ข่าวการเมือง #ข่าวเทคโนโลยี #ปัญญาประดิษฐ์