“ไอติม” ยินดีแจง “กมธ.ตำรวจ” ปมเอกสารหลุดคดีฮั้ว ส.ว. ตั้งคำถามลำดับความสำคัญ-จับตาย้ายอธิบดี DSI

การเมือง3 ก.ย. 2569 • 11:07 น.
“ไอติม” ยินดีแจง “กมธ.ตำรวจ” ปมเอกสารหลุดคดีฮั้ว ส.ว. ตั้งคำถามลำดับความสำคัญ-จับตาย้ายอธิบดี DSI

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 09.45น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ว่า ก่อนอื่นตนขออนุญาตอ่านจากเอกสารเพื่อไม่คลาดเคลื่อน คือตนได้รับหนังสือเชิญจากทางคณะกรรมาธิการตำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่าหัวข้อจะเป็นการพิจารณากรณีการเผยแพร่อีกเอกสารที่เป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 24/2568 ก็คือคดีการได้มาซึ่ง สว. โดยมีการระบุว่าเชิญตนในฐานะผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ ตนได้สอบถามกลับไปว่าที่ทางคณะกรรมาธิการเชิญตนในฐานะผู้นำเอกสารมาเผยแพร่ หมายถึงเอกสารไหน เพราะว่าจากการทำหน้าที่ของตนที่ผ่านมาในการตรวจสอบคดีโกงสว.ยังไม่ได้มีการนำเอกสารใดๆ มาเผยแพร่แต่อย่างใด แต่ถามไปก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่ถือว่าเมื่อทางคณะกรรมาธิการเรียนเชิญมา ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสภา รับผิดชอบต่อการตรวจสอบของทุกฝ่าย ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือ เพื่อ ตอบข้อซักถาม แล้วก็หวังว่าในอนาคตมีสส. คนไหน พรรคไหน ถูกคณะกรรมาธิการเชิญให้ไปให้ความร่วมมือ เชิญไปตรวจสอบ ก็หวังว่าจะยึดบรรทัดฐานเดียวกันนี้ด้วย

​เมื่อถามว่ามองว่าการสอบเรื่องนี้จะทำให้เป็นเรื่องการเมืองเกินไปหรือเปล่า ในช่วงที่กำลังต่อสู้คดีกันเข้มข้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ขอแทรกแซงหรือตัดสินแทนประชาชน แต่ตั้งข้อสังเกตว่า คดีโกง ส.ว. เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างยิ่ง หากข้อกล่าวหาเป็นจริง หมายความว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะยึดสภาโดยไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงเป็นเรื่องที่สังคมต้องพิจารณาว่า การที่ กมธ.ตำรวจ เร่งด่วนเร่งรัดตรวจสอบเรื่องที่มาของข้อมูลก่อนนั้น เป็นการจัดลำดับความสำคัญที่เหมาะสมหรือไม่

เมื่อถามว่ากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามนั้น นายพริษฐ์ กล่าวยืนยันว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป โดยการทำงานที่ผ่านมาเมื่อได้รับเบาะแสจากหลายช่องทาง จะทำการกลั่นกรองเบาะแสที่มีมูล และนำเสนอต่อสาธารณะหรือตั้งคำถามในสภาเพื่อหาความจริง นอกจากนี้ ยังชวนสังคมขบคิดถึงมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ตามหลักการรัฐธรรมนูญ หากเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการพบเห็นการทุจริตแล้วนำข้อมูลมาแจ้ง แต่กลับต้องเดือดร้อนในหน้าที่การงานหรือความปลอดภัย จะทำให้ในอนาคตไม่มีใครกล้าออกมาเปิดโปงความไม่ถูกต้อง

​​นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้มีการเชิญทาง DSI มาด้วย ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตเช่นกัน เพราะว่าเพิ่งได้รับรายงานข่าวเมื่อเช้าในรายการ เจาะลึกทั่วไทย ว่าตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI  ซึ่งหากรายงานข่าวเป็นจริง ดูเหมือนว่าคนที่จะมาเป็นอธิบดีคนใหม่คือ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เคยมีบทบาท คือ 1 ใน 7 อนุกรรมการชุดที่ 26 ที่พิจารณากองหลักฐานคดีโกง สว. ทั้งหมด มีความเห็นออกมาว่าไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ซึ่งเมื่อวานนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ก็ยืนยันว่าในฝั่งร.ต.อ.ปิยะ เป็น 1 ใน 5 คน ของมติเสียงข้างมากไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ตนก็ตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง ก็เป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการ เพื่อเป็นคุณต่อคดีที่ตัวเองถูกดำเนินคดีอยู่หรือไม่