จับตา “ทวี สอดส่อง” ร่วมซักฟอกรัฐบาล ปมฮั้ว สว. หลัง กกต.ชี้ชะตา 14 ก.ย.

การเมือง30 ส.ค. 2569 • 17:10 น.
จับตา “ทวี สอดส่อง” ร่วมซักฟอกรัฐบาล ปมฮั้ว สว. หลัง กกต.ชี้ชะตา 14 ก.ย.

จับตา “ทวี สอดส่อง” ใช้สิทธิ สส.ร่วมอภิปรายรัฐบาล ปมคดีฮั้ว สว. หลัง กกต.เตรียมลงมติ 14 ก.ย. ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมเดินหน้าตรวจสอบต่อ ไม่ว่าผลมติจะออกมาอย่างไร

วันที่ 30 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีพรรคฝ่ายค้านเเละไอลอว์ เปิดเวทีเเละกิจกรรมหลายครั้งในการติดตามเเละเปิดพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.โดยเเสดงเจตนาว่าสำนักงานกกต.จะต้องสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา229คนต่อศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้งหากรายใดไม่สั่งฟ้อง ไอลอว์เเละพวกจะเปิดเผยสำนวนจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26ต่อไป  เเม้ล่าสุดนายนายณรงค์  รักร้อย กกต.กล่าวว่า “กกต.มีกำหนดนัดพิจารณาลงมติในวันที่ 14 ก.ย. 2569 ว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ โดยยืนยันว่า กกต.จะมีมติในวันดังกล่าวตามกำหนดอย่างแน่นอน

ขณะนี้ กกต.ได้พิจารณาสำนวนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเลือก สว.ครบถ้วนแล้ว โดยการพิจารณาในส่วนสำคัญได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการใช้เวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือน พิจารณาทุกสำนวนที่เป็นปัญหาของ สว. และทาง กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทราบว่าไอลอว์เเละพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ นักวิชาการ ภาคประชาสังคมบางส่วนหารือในเบื้องต้นว่าไม่ว่ากกต.จะมีมติอย่างไรในวันที่ 14กย. ในสามประเด็นคือ1.ยกคำร้อง2.ส่งฟ้องบางราย3.ส่งฟ้องทั้งหมดก็จะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยวางเเนวทางว่า

1.จะชี้ข้อพิรุธของกกต.ในทุกข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา229รายเเม้จะว่าถูกส่งฟ้องหรือไม่   โดยได้ทยอยเปิดรายชื่อ/พฤติการณ์ผ่านสังคมออนไลน์เเละเวทีต่างๆไปเเล้ว

2.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายรัฐบาล(อภิปรายทั่วไป/อภิปรายไม่ไว้วางใจเเบบลงมติ)ในสมัยประชุมนีัโดยติดตามมติกกต.วันที่14กย.เเละติดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีบัตรเลือกตั้ง สส. (บาร์โค้ดเเละคิวอาร์โค้ด)วันที่28กย.นี้รวมทั้งการลงมติร่างพรบ.งบประมาณปี 2570 วาระ 2 เเละ 3 ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะกำหนดเวลาที่เเน่ชัดในการอภิปราย

โดยให้น้ำหนักไปยังพรรคภูมิใจไทยว่ามีส่วนล้มล้างการปกครอง(คดีฮั้วสว.) เพียงใด เเละเชื่อว่าพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ เเละหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้จะใช้สิทธิสส.ในการอภิปรายด้วยเพราะพ.ต.อ.ทวี ได้ติดตามกรณีมาตั้งเเต่ต้นเเละระบุว่าคดีฮั้วสว.นั้นเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพราะพ.ต.อ.ทวี ในฐานะอดีตรมว.ยุติธรรมเเละอดีตรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษได้ร่วมลงมติกับคณะกรรมการคดีพิเศษ ลงมติวันที่ 6 มี.ค.2568 ว่า  ให้รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิศษเลขที่24/2568 (ข้อหาอั้งยี่ เเละฟอกเงิน) ให้ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน โดยอ้างว่าพบผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมากเเละมีเเกนนำพรรคภูมิใจไทยร่วมด้วย  

โดยมีหลักฐานคือการติดต่แทางโทรศัพท์ การเดินทาง การพักในรีสอร์ท/โรงเเรม เเละเส้นเงินกว่า300ล้านบาท เเต่พบว่าช่วงเดือนพ.ย.2568 ดีเอสไอสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดเเรกเเปดคน เเละส่งสำนวนให้อัยการ   ต่อมาอัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติมห้าประเด็นเเละรวบรวมพยานหลักฐานการไต่สวนของกกต.เข้ามารวมในสำนวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เเต่มีข้อสังเกตว่า ทำไมการสั่งฟ้องคดีผู้ต้องหาคดีฮั้วสว.ของดีเอสไอในตอนเเรกมีจำนวนเพียงเเปดคน ทั้งๆที่ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมในช่วงนั้นบอกว่า ผู้ร่วมกระทำผิดมีจำนวนนับพันราย(1200คน)เเละมีเส้นเงินจำนวนมากเกี่ยวข้อง เเละเส้นเงินบางส่วนมาจากเครือข่ายเเกนนำพรรคภูมิใจไทยทำให้เกิดข้อสังเกตว่า พยานหลักฐานตามที่ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมในช่วงนั้นระบุไม่หนักเเน่นเพียงพอจนทำให้สำนวนอ่อนหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งมีข้อสังเกตว่าช่วงเเรกนั้นพ.ต.อ.ทวี  ในฐานะรมว.ยุติธรรม กล่าวหลายครั้งว่าการฮั้วสว.กระทำเป็นขบวนการ คือผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมาก เเละหลักฐานคือ เส้นเงินบวกกับหลักฐานทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะเเกนนำเเละสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่มีส่วนร่วมด้วย เเละ พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้สมัครสว.เปิดเผยว่าขบวนการฮั้ว สว. ครั้งนี้ มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือร่วมขบวนการในภาพรวมมากกว่า 20,000 คน เเกนนำเเละสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมีรายชื่ออยู่ใน229คน ที่อนุกรรมการไต่สวนฯชุดที่26 กกต.ชี้มูลว่าร่วมกระทำผิด

เเละไม่นานมานี้(5สค.2569)พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า 138สว.ที่ถูกกล่าวหาร่วมกระทำผิดคดีฮั้วสว.นั้น เเท้จริงเเล้วมีมากกว่านั้นคือ149สว.เเละขอให้กกต.ส่งสำนวนให้ศาลฎีกา เเผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62

จุดนี้มีข้อสังเกตว่า เหตุใดพ.ต.อ.ทวี จึงระบุว่า 138สว.ที่ถูกกล่าวหาร่วมกระทำผิดคดีฮั้วสว.นั้น เเท้จริงเเล้วมีมากกว่านั้นคือ149สว.เพราะพ.ต.อ.ทวี อ้างว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งเเต่เดือนพค.2568-มค.2569 เเละช่วงที่ดีเอสไอเเละกกต.ดำเนินการนั้นพบว่าพ.ต.อ.ทวี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้เเล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพราะช่วงเดือน พ.ค.2568 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของสว.ที่อ้างว่าพ.ต.อ.ทวี เเทรกเเซงการทำงานของดีเอสไอเเละศาลมีคำสั่งให้พ.ต.อ.ทวี  ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในการกำกับดูเเลดีเอสไอเเละรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ จนวันที่21มค.2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสถานะรมว.ยุติธรรมของพ.ต.อ.ทวี ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเเละไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายเเรงเพราะไม่พบพยานหลักฐานชี้ว่าพ.ต.อ.ทวีเเละนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ สั่งการดีเอสไอให้รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษเเละหวังใช้คดีนี้เพื่อเป็นเครี่องมือเเทรกเเซงการทำงานของกกต. ส่งผลให้พ.ต.อ.ทวีแลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติในการเลือกตั้งวันที่6กพ.2569 เเละได้รับการเลือกตั้งเป็นสส.สมัยที่สาม

อนึ่งประวัติของพ.ต.อ.ทวีแนั้น   สังคมได้รู้จักในฐานะนายตำรวจที่ทำคดีสำคัญๆของประเทศหลายคดีในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เเละคดีหนึ่งที่พตอ.ทวีร่วมทำคดีด้วยคือคดีจ้างวานฆ่าประธานศาลฎีกา  (นายประมาณ ชันซื่อ) โดยคดีนีั พ.ต.อ.ทวีร่วมเป็นหนึ่งในพนักงานสอบสวน(สมัยที่พตอ.ทวีรับราชการสารวัตรเเผนก4กอง2กองบังคับการปราม(สารวัตรประเทศไทย)ในช่วงนั้น)

โดยวันที่21กย.2553 ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับคำพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณกับพวก จำเลยในคดีจ้างวานฆ่านายประมาณ (เหตุเกิดปี2535-2536)โดยศาลตัดสินว่าไม่มีเหตุจูงใจ ไม่น่าเชื่อว่ามีการจ้างวานฆ่านายประมาณจริง