“สามารถ” ถอดรหัสเกมการเมือง ชี้ฝ่ายค้านใช้ยุทธศาสตร์ล่อซื้อผู้นำ เตือนนายกฯ อย่าหลงสงครามน้ำลาย

การเมือง22 มิ.ย. 2569 • 15:42 น.
“สามารถ” ถอดรหัสเกมการเมือง ชี้ฝ่ายค้านใช้ยุทธศาสตร์ล่อซื้อผู้นำ เตือนนายกฯ อย่าหลงสงครามน้ำลาย

วันที่ 18 มิ.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า...

[ถอดรหัสรอยร้าวการเมือง: "จะขึ้นเทศน์... ล้างเท้าสะอาดหรือยัง?" ยุทธศาสตร์ล่อซื้อนายกรัฐมนตรีที่ผู้ใหญ่ต้องมองให้ออก]

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันทีครับ หลังจากที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาตอกกลับ สส. ฝ่ายค้านอย่าง คุณไอซ์ รักชนก ศรีนอก กรณีบิดเบือนโครงการรัฐบาลด้วยประโยคที่เจ็บแสบว่า “จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาดก่อน”

​เรื่องนี้ถ้าใครมองแค่ผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นแค่การสาดน้ำลายการเมืองธรรมดา แต่ในฐานะที่ตัวผมเองเคยทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัว และมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่บริหารประเทศมาหลายท่าน... ผมมองว่านี่คือ "ยุทธศาสตร์ล่อซื้อ" ที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้เล่นงานผู้นำประเทศ เพื่อหวังให้ท่านหลุดโฟกัส

​ทำไมฝ่ายตรงข้ามต้องพุ่งเป้าและอยากให้ นายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้บ่อยๆ?

​จากประสบการณ์ที่ผมเคยเห็นการทำงานของผู้ใหญ่ระดับประเทศ หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยสอนเรามาเสมอครับว่า "รัฐบาลที่ผู้นำพูดมากตอบโต้รายวัน... ต่อให้มีเสียงข้างมากในสภาก็พังได้ และมักจบไม่สวยสักราย"

​ถ้าย้อนกลับไปดูอดีต นายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จและประคองรัฐบาลอยู่รอดได้อย่างมั่นคง ล้วนเป็นผู้นำที่ "พูดน้อย แต่เน้นทำ" ทั้งสิ้น ดูอย่าง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่สร้างตำนาน "เตมีย์ใบ้" นิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว ไม่ยอมลงไปเปลืองตัวเล่นสงครามน้ำลายกับใคร หรืออย่าง พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจแปรสนามรบเป็นสนามการค้า ไม่มานั่งตอบโต้เรื่องไร้สาระรายวัน ผู้นำระดับตำนานเหล่านี้ท่านรู้ดีว่า "คำพูดจะเป็นนายคน" และการพูดมากเกินไปมีแต่จะสร้างแผลให้ฝั่งตรงข้ามหยิบมาขยี้

​ตรงกันข้าม ถ้านายกฯ คนไหนหลงกลสงครามน้ำลาย ลงมาแลกหมัด ชี้แจงทุกเม็ด ตอบโต้เอามันส์ผ่านสื่อไม่เว้นแต่ละวัน ความพลั้งปากหรืออารมณ์เพียงนิดเดียว จะกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ฝ่ายค้านนำไปขยายผล ยิ่งพูดมาก พรรคร่วมรัฐบาลก็ยิ่งระแวงเสถียรภาพสั่นคลอน และสุดท้ายมักนำไปสู่จุดจบคือการล่มสลายของรัฐบาล

​ฝ่ายค้านในปัจจุบันเขาทำงานบนโซเชียล เขารู้แกวนี้ดีครับ การส่ง สส. รุ่นใหม่มาท้าทายเบอร์หนึ่งของรัฐบาล มันคือการ "สร้างราคา" ให้ตัวเอง และหวังล่อซื้อให้นายกฯ เสียสมาธิลงมาติดกับดัก​แต่กระดูกทางการเมืองของท่านนายกฯ อนุทิน นั้นถือว่าเก๋าเกมมาก วาทกรรมเรื่อง “จะขึ้นเทศน์ ต้องล้างเท้าให้สะอาด” มันสะท้อนนัยยะที่แหลมคมว่าท่านรู้ทันเกมนี้:

​สะกิดคนตรวจสอบ เตือนสติว่าคนที่ชอบชี้หน้าสั่งสอนคนอื่น เบื้องหลังตัวเองต้องสะอาด ผุดผ่อง ไม่มีแผล ไม่ใช่ข้างหลังตัวเองยังมีข้อกังขาแต่มาสวมบทผู้ทรงคุณธรรม​คุมเชิงไม่เล่นตามเกม: ส่งสัญญาณตัดบทสั้นๆ ดับไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่เปิดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามเอาไปขยายความต่อ

​ข้อเสนอแนะจากคนทำงานอย่างผม:

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านไม่จำเป็นต้องลงไปแลกหมัดรายวันให้ศัตรูได้แสง สิ่งที่ผู้นำประเทศ "ไม่ควรทำเด็ดขาด" คือการหลงกลพูดเยอะตอบโต้ทุกเม็ด เพราะต้องรักษาภาวะผู้นำสูงสุด ไว้เหมือนดั่งผู้นำชั้นยอดในอดีต

​กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ "นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว" คุมโทนสุขุมแบบนี้ต่อไป แล้วปล่อยให้ "ขุนพลแถวสอง" หรือทีมโฆษกรัฐบาลทำหน้าที่ชนหักล้างข้อเท็จจริงในระนาบปฏิบัติการไป ส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรี เดินหน้าก้มหน้าก้มตาทำงาน และตบหน้าฝ่ายค้านด้วย "ผลงานและตัวเลขความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม" นั่นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่ฝ่ายค้านไม่มีวันสู้ได้ครับ

​#สามารถเจนชัยจิตรวนิช #อนุทินชาญวีรกูล #นายกรัฐมนตรี #บทเรียนประวัติศาสตร์ #เกมการเมือง #ไอซ์รักชนก