- โฆษณา -

"อภิสิทธิ์" ฟาดกลางสภา! ปชป.งดโหวตนายกฯ แฉปมฮั้ว สว. ชี้ "อนุทิน-ณัฐพงษ์" ขาดจริยธรรม

การเมือง19 มี.ค. 2569 • 12:36 น.

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างดุเดือด โดยแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการ “งดออกเสียง” ต่อการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมชี้เหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถให้การสนับสนุนบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ ได้แก่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” โดยย้ำว่ามาตรฐานทางจริยธรรมต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย และต้องพิจารณาคุณสมบัติในภาพรวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตและพฤติกรรมทางจริยธรรม

วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมี “โสภณ ซารัมย์” ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเวลา 10.10 น. “ไชยชนก ชิดชอบ” จากพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ

- โฆษณา -

ต่อมาเวลา 11.04 น. “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ลุกขึ้นอภิปราย โดยอ้างถึงข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 16 ที่กำหนดให้สมาชิกต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรม พร้อมย้ำว่าคุณสมบัติด้านจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้ โดยหยิบยกประเด็นคดีฮั้ว สว. ซึ่งถือเป็นคดีที่มีความร้ายแรง และอาจส่งผลกระทบต่อระบบประชาธิปไตยโดยรวม หากกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นกลางทางการเมือง หรือถูกครอบงำโดยอิทธิพลของพรรคการเมืองหรือบุคคลทางการเมือง ก็อาจส่งผลให้การตรวจสอบอำนาจรัฐขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหาในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงตัวนายอนุทินเอง อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย และการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ ซึ่งนำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมายและการฟ้องร้องต่อศาลอาญาทุจริต

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังกล่าวถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่มีการสอบสวนคดีดังกล่าว โดยระบุว่าในชั้นอัยการมีความเห็นว่าเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยจำนวนมากกว่า 1,000 คน และมีมูลค่าความเสียหายสูง รวมถึงข้อหาอั้งยี่และการฟอกเงิน ก่อนที่สำนวนจะถูกส่งกลับมาให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในรายละเอียดอย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนบุคคลที่มีคดีค้างอยู่ในลักษณะดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างผลกระทบต่อเสถียรภาพในการบริหารประเทศ พร้อมย้ำว่าการงดออกเสียงของพรรคไม่ได้มีนัยถึงการต่อรองทางการเมืองหรือการเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการยึดหลักการตรวจสอบและรักษามาตรฐานทางการเมือง

ในส่วนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุว่าไม่สามารถให้การสนับสนุนได้เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พร้อมย้ำว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของตนเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยึดหลักการตรวจสอบอย่างแท้จริง ไม่ใช่การทำเพื่อสร้างกระแสหรือคอนเทนต์ทางการเมือง และยืนยันว่าการงดออกเสียงครั้งนี้เป็นไปตามหลักการและจุดยืนในการส่งเสริมการเมืองสุจริต

สุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แสดงความเสียดายต่อกระบวนการทางการเมืองในครั้งนี้ โดยระบุว่าหากพิจารณาจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ ยังมีบุคคลที่ไม่มีปัญหาทางข้อกฎหมายหรือจริยธรรม และสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม แต่สถานการณ์ในภาพรวมทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียงในการลงมติครั้งนี้

#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #อนุทินชาญวีรกูล #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #เลือกนายกรัฐมนตรี #ประชุมสภา #การเมืองไทย #พรรคประชาธิปัตย์ #ข่าวการเมือง #ฮั้วสว #กกต #ปปช #DSI #รัฐสภา #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้