วันที่ 6 ต.ค.2568 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา แถลงว่า วันนี้ตนยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาตั้งแต่ 08.00 น.เพื่อให้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบเรื่องสินบน 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์, สแกมเมอร์ และเว็บพนันผิดกฎหมาย ที่พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาฯในวันแถลงนโยบาย โดยบอกชี้แจงได้ แต่เมื่อถึงเวลากลับแจ้งว่าไม่พร้อม โดยอ้างว่าติดภารกิจสำคัญ และไม่ใช่เฉพาะกระทู้นี้ แต่มีกระทู้ที่ถามด้วยหนังสือ 3 เรื่อง และกระทู้สดที่เป็นของสว.ท่านอื่นอีก 1 เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มาตอบแม้แต่คนเดียว ทำให้วันนี้ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ของวุฒิสภา แม้แต่คนเดียว ซึ่งน่าผิดหวังมาก ปรากกว่าหนีกระทู้กันทุกคน และเสียดายมาก
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อไม่มาตอบกระทู้ในสภาฯก็ขอถามกระทู้นอกสภาฯ เพื่อให้รัฐมนตรีได้ตอบ เพราะเรื่องนี้รัฐมนตรีพูดมาเอง และเป็นคำพูดที่ต้องรับผิดชอบ จึงขอถาม 1.รัฐมนตรีคนเสนอสินบน 40 ล้านเป็นใคร เหตุใดจึงไม่แจ้งความทันที เพราะเรื่องนี้รู้อยู่แก่ใจ ว่าเพื่อนสมาชิกที่มาแจ้งด้วยเหตุใด จะแสดงถึงความโปร่งใส และการรักษากฎหมาย แต่การที่ ไม่แจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ ป.ป.ช. นั้นเป็นการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือมาตรา 157 หรือไม่ ถ้ากลัวว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยของท่าน และความปลอดภัยของประชาชนที่อาจถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงหรือ
และ2.การตั้งปลัดกระทรวงเป็นคณะกรรมการตรวจสอบฯ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ใครจะกล้าตรวจสอบรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และจะทำให้เสร็จภายในเดือนต,ค.ถ้าจะตรวจสอบจริงจังวันนี้ก็รู้ และลากตัวผู้บงการดังกล่าวมาดำเนินคดี แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว จึงถามว่าจะลากตัวการที่ให้สินบนในกระทรวงดีอีได้กี่โมง เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานให้กับพี่น้องประชาชน
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อยากถามว่าจะใช้กำลังทั้งหมดของกระทรวงดีอี เพื่อยุติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ได้ภายในกรอบเวลาใด เพราะดูเหมือนรัฐมนตรีจะเข้าใจกระทรวงนี้เป็นอย่างดี เพราะได้กล่าวว่าไม่รู้ว่าเป็นประเพณีของรัฐมนตรีดีอีหรือเปล่า จึงอยากถามว่ามีหลักฐานมีข้อมูลอื่นใดที่บ่งบอกว่ามีการทุจริตในลักษณะนี้เกิดขึ้นในกระทรวงนี้มาก่อน เพราะพูดในทำนองว่าจะมีระบบนี้เกิดขึ้นในกระทรวงนี้มาก่อน แต่ถ้าดำเนินการจริงก็จะเป็นการเปิดเผยความเน่าเฟะที่สั่งสมมาโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆอย่างแท้จริง แต่ถ้าไม่ดำเนินการใด ๆสักแต่ว่าพูดเฉย ๆก็จะต้องขอย้อนไปถึงคำพูดถึงที่เป็นอมตะวาจาว่าก่อนพูดเราเป็นนาย แต่หลังพูดแล้วคำพูดจะเป็นนายเรา
“จึงอยากฝากให้รัฐมนตรีตอบคำถามทั้ง 2 ข้อ และขอฝากไปถึงครูใหญ่ให้แนะนำรัฐมนตรีป้ายแดงว่าช่วยทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่ ๆจะดีกว่าแนวการเมืองเก่าๆประเภทเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นจะดีกว่าหรือไม่ เพราะสารตั้งต้นที่จะทำให้เกิดบรรทัดฐานการเมืองที่ดีคือตัวรัฐมนตรี และเป็นคนชี้เบาะแสเอง และเป็นกำลังสำคัญในการปราบทุจริต”นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา จะดำเนินการอย่างไรต่อไปอย่างไร เพราะกมธ.มุ่งไปที่อาชญากรรมทาง ถ้าพูดถึงขนาดนี้จะอยู่เฉยได้อย่างไร เพราะตอนนี้องค์กรเกี่ยวกับการทุจริตเปิดเผยว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับ 108 ของโลก ถือเป็นลำดับที่แย่มากในการปราบปรามการทุจริต เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีมีเบาะแสและปราบปรามจริงจังก็จะช่วยทำให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาก็จะถือว่าเป็นคนจริง แต่ถ้าพูดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้กาลเวลาหายไป พอ 4 เดือนยุบสภาก็ไม่มีคนจำได้ ทั้งๆที่รู้เบาะแสแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย








