คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคตยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก พร้อมเตือนว่า ประเทศกำลังพัฒนามีความเสี่ยงที่จะตามการพัฒนา AI ไม่ทันมากที่สุด
กอร์เกียวากล่าวระหว่างพบปะกับสื่อมวลชนในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) โดยเปรียบเทียบสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ว่าไม่ต่างจากเรือในภาพยนตร์เรื่อง “The Odyssey” ผลงานเรื่องใหม่ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งกำลังฝ่าฟันแรงต้านจากภาระหนี้สินและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงความตึงเครียดทางการค้า
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกจนถึงขณะนี้สามารถรับมือกับผลกระทบด้านพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ดีกว่าที่ IMF เคยประเมินไว้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยช่วยบรรเทาผลกระทบ ทั้งการนำปริมาณน้ำมันและก๊าซสำรองออกมาใช้ การเพิ่มขึ้นของอุปทานจากประเทศนอกภูมิภาคอ่าว การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน การหันกลับไปใช้ถ่านหินบางส่วนในบางประเทศ รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่ลดลง ซึ่งส่งผลมากกว่าที่ IMF คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก
นอกเหนือจากปัจจัยเหล่านี้ เศรษฐกิจโลกยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนใน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยประเทศและธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ AI เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว
กอร์เกียวากล่าวว่า ขณะนี้กำลังเกิดแรงดึงรั้งระหว่างผลกระทบด้านอุปทานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กับแรงกระตุ้นด้านอุปสงค์ในเชิงบวกจาก AI พร้อมเสริมว่า แรงขับเคลื่อนทั้งสองด้านส่งผลต่อแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักด้านพลังงานมากน้อยเพียงใด มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจมหภาคในระดับใด และอยู่ในตำแหน่งใดของห่วงโซ่อุปทาน AI
ขณะเดียวกัน หลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการคลังเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อที่ชะลอตัวได้ยากขึ้น ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซที่ลดลงบ่งชี้ว่า ผลกระทบจากวิกฤติพลังงานยังไม่สิ้นสุดลง
สำหรับ AI นั้น ผลกระทบในอนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายประการ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน โดยหากแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวแย่ลง ความแตกต่างด้านแนวโน้มการเติบโตระหว่างประเทศต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มจะขยายกว้างขึ้น
กอร์เกียวาชี้ว่า ประเทศกำลังพัฒนามีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะตามการพัฒนา AI ไม่ทัน ดังนั้น จึงไม่ควรประมาทต่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กอร์เกียวาเข้าร่วมการพบปะกับสื่อมวลชนครั้งนี้ ก่อนการประชุมประจำปี 2569 ของ IMF และธนาคารโลก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนต.ค.
เมื่อมองไปถึงการประชุมดังกล่าว กอร์เกียวากล่าวว่า การประชุมประจำปีครั้งนี้จะจัดขึ้นในเอเชีย ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญที่สุดของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน เอเชียยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา AI และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติพลังงาน
หนึ่งในประเด็นหลักของการประชุมจะมุ่งเน้นเรื่อง “การรับมือกับความไม่แน่นอน” โดยตั้งคำถามว่า “เราจะทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
อีกประเด็นสำคัญคือ “พลวัตทางเศรษฐกิจ” โดยกอร์เกียวากล่าวว่า เราไม่ควรมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ พร้อมตั้งคำถามว่า เราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง และจะดำเนินการอย่างไรเพื่อลดความแตกต่างของภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
#IMF #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจโลก #ประเทศกำลังพัฒนา #เศรษฐกิจเอเชีย #วิกฤติพลังงาน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ








