รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปรับขึ้นภาษีขาออก (Departure Tax) เป็น 3,000 เยน หรือประมาณ 615 บาทต่อคน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 เพิ่มขึ้นราว 3 เท่าจากระดับเดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนมาตรการแก้ไขปัญหาความแออัดจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นราว 5 เท่า เป็น 15,000 เยน สำหรับวีซ่าเข้าประเทศแบบครั้งเดียว และ 30,000 เยนสำหรับวีซ่าแบบเข้าหลายครั้ง
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังปรับลดค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางของพลเมืองภายในประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาภาระที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีขาออกดังกล่าว
ภาษีขาออกนี้จะถูกจัดเก็บรวมอยู่ในราคาตั๋วโดยสารทุกประเภท โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้เดินทาง และรัฐบาลจะนำรายได้ไปใช้ในการบริหารจัดการปัญหานักท่องเที่ยวหนาแน่นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น การจัดโซนเฉพาะในจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพื่อลดความแออัด
พร้อมกันนี้ ญี่ปุ่นมีแผนใช้รายได้บางส่วนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาค เช่น การยกระดับเส้นทางรถไฟท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และการปรับปรุงสถานีรถไฟ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักไปยังพื้นที่รอง
อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องในญี่ปุ่นและพำนักไม่เกิน 24 ชั่วโมง รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว ขณะที่ผู้ที่ซื้อตั๋วก่อนวันที่ 30 มิ.ย. จะยังคงถูกเก็บในอัตราเดิมที่ 1,000 เยน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ภาษีขาออก หรือ “ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ” สร้างรายได้ราว 4.9 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 1.3 แสนล้านเยนในปีงบประมาณ 2569
ด้านกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้มีเป้าหมายสะท้อนแรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น
#ญี่ปุ่น #ภาษีขาออก #วีซ่าญี่ปุ่น #นักท่องเที่ยวต่างชาติ #ท่องเที่ยวญี่ปุ่น #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจโลก #ค่าธรรมเนียมวีซ่า #เที่ยวญี่ปุ่น #GoogleSEO








