วันที่ 12 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพี รายงาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ้นพระชนม์ในพระชนมายุ 47 พรรษา โดย
เนื่องจากพระอาการประชวรอย่างกะทันหัน เมื่อเดือนธันวาคม 2565 สำนักพระราชวังแถลงว่า พระองค์ทรงมีพระอาการติดเชื้อในช่องท้อง และ "พระอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง" จนกระทั่ง "สวรรคตอย่างสงบ" โดยพระบรมศพจะประดิษฐาน ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ และพระราชพิธีศพจะจัดขึ้น "ด้วยเกียรติยศสูงสุดตามพระราชพิธี"
เอเอฟพี ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผ่านการศึกษาทั้งในสหราชอาณาจักร ไทยและสหรัฐฯ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และเคยทำหน้าที่ในฐานะเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรียอยู่ช่วงหนึ่ง
ระหว่างเดินทางเยือนโรงเรียนกฎหมายแห่งหนึ่งในสหรัฐฯเมื่อปี 2012 เอเอฟพีรายงานว่า องค์หญิง ได้ตรัสเกี่ยวกับภูมิหลังอาชีพของพระองค์ กับบรรดาผู้ฟัง ว่า "ดิฉันถามตนเอง ว่าดิฉันเป็นอะไรกันแน่ เป็นอัยการ เป็นทนายความคดีอาญา เป็นนักการทูต คำตอบคือฉันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างรวมกัน ดิฉันพูดได้ว่าดิฉันเป็นลูกผสม" อ้างอิงรายงานของ Cornell Chronicle หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ที่จัดทำขึ้นภายในมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์
รายงานของเอเอฟพีระบุว่า พระองค์ยังเคยทำหน้าที่หลายตำแหน่งในสหประชาชาติและกลายมาเป็นผู้สนับสนุนสิทธิสตรี ในนั้นรวมถึงส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับผู้หญิงในเรือนจำ








