รัฐบาลอินเดียเตรียมจัดสรรงบประมาณ 1 แสนล้านรูปี หรือประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ค้าน้ำมันในการตรึงราคาน้ำมันอากาศยาน หวังช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น และปกป้องอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรง
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ว่า รัฐบาลอินเดียได้กำหนดเพดานราคาน้ำมันอากาศยานสำหรับสายการบินภายในประเทศไว้ที่ 75.60 รูปีต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าราคาจำหน่ายปัจจุบันที่สนามบินกรุงนิวเดลี ซึ่งอยู่ที่ 104.90 รูปีต่อลิตรอย่างมีนัยสำคัญ
แม้มาตรการกำหนดเพดานราคาดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของสายการบินได้ในระยะสั้น แต่ก็อาจส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันต้องแบกรับภาระขาดทุนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจัดตั้งกองทุนดังกล่าวขึ้นเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่โรงกลั่นน้ำมันของรัฐ จากการจำหน่ายน้ำมันอากาศยานในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด
นายอัศวินี ไวษณพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของอินเดีย กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านต้นทุนของสายการบิน ป้องกันการหยุดชะงักของการดำเนินงาน และช่วยคุ้มครองผู้โดยสารจากการปรับขึ้นค่าโดยสารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดของสายการบินในอินเดีย ทำให้ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบิน
ก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินได้ออกมาเตือนว่า อาจจำเป็นต้องระงับเที่ยวบินบางส่วน หากรัฐบาลไม่เข้ามาดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากต้นทุนเชื้อเพลิงแล้ว สายการบินในอินเดียยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการอ่อนค่าของสกุลเงินรูปี ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการชำระค่าเช่าเครื่องบิน รวมถึงค่าธรรมเนียมสนามบินในต่างประเทศที่ต้องชำระเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
สายการบิน SpiceJet ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์ต้นทุนและสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจได้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมการบินยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
ด้าน IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย มองว่า การแทรกแซงของรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจการบิน
ขณะที่นายซาฮิล มาฮาจัน หุ้นส่วนของ PwC India กล่าวว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว แต่การแทรกแซงของภาครัฐในช่วงเวลาที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญที่อุตสาหกรรมต้องการ เพื่อให้สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้จะช่วยสร้างสภาพคล่องทางการเงินที่จำเป็นให้แก่สายการบิน ช่วยฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไร รวมถึงรักษาเสถียรภาพของค่าโดยสารให้สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ บริษัทอินเดียน ออยล์ เคยประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันอากาศยานภายในประเทศเป็นสองเท่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ได้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังถูกสายการบินคัดค้านอย่างหนัก ขณะที่ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันยังคงตรึงราคาน้ำมันอากาศยานตลอดช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
รัฐบาลอินเดียระบุว่า ความช่วยเหลือทางการเงินแก่โรงกลั่นน้ำมันจะอยู่ในรูปแบบของการให้เงินล่วงหน้าแก่ผู้ค้าน้ำมัน และเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้ค้าน้ำมันจะทยอยคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่รัฐบาลโดยไม่คิดดอกเบี้ย
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สายการบินที่เข้าร่วมโครงการจะต้องจัดซื้อน้ำมันอากาศยานจากโรงกลั่นน้ำมันของรัฐเพียงรายเดียว เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 ปี เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้
#อินเดีย #ราคาน้ำมันอากาศยาน #สายการบินอินเดีย #IndiGo #SpiceJet #เศรษฐกิจอินเดีย #น้ำมันเชื้อเพลิง #อุตสาหกรรมการบิน #ข่าวเศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมันโลก #Bloomberg #การบินพาณิชย์ #ต้นทุนสายการบิน #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก








