ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังราคาบิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีสัญญาณยุติ รวมถึงแรงกดดันจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุนบิตคอยน์ ETF อย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 2.4% ในการซื้อขายช่วงตลาดยุโรป แตะระดับ 69,660 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา และถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือนที่ราคาหลุดต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดในครั้งนี้มาจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อออกไปอีก หลังมีสัญญาณที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย
โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ เพื่อประท้วงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าความพยายามทางการทูตในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลากว่า 4 เดือน อาจเผชิญอุปสรรคเพิ่มเติม ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอ่อนแอลง
นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ราคาบิตคอยน์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการเปิดเผยข้อมูลของ Strategy Inc ซึ่งระบุว่า บริษัทได้ขายบิตคอยน์ออกเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เนื่องจากที่ผ่านมา Strategy Inc ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าซื้อและสะสมบิตคอยน์รายใหญ่ของโลก โดยการขายครั้งนี้ถูกมองว่าอาจสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน US Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าเกิดการไหลออกสุทธิติดต่อกันถึง 11 วันทำการ ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนประเภทดังกล่าว
มูลค่าเงินทุนที่ไหลออกสะสมอยู่ที่เกือบ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงการลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด
การปรับตัวลงของบิตคอยน์ในครั้งนี้ยังส่งผลให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมเผชิญแรงขายตามไปด้วย ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางกระแสเงินทุนในกองทุน ETF อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะต่อไป
#บิตคอยน์ #Bitcoin #คริปโต #คริปโทเคอร์เรนซี #ราคาบิตคอยน์ #BitcoinETF #SpotBitcoinETF #ลงทุนคริปโต #ข่าวการเงิน #ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดคริปโต #สินทรัพย์ดิจิทัล #นักลงทุน #Strategy #โดนัลด์ทรัมป์ #อิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #ตลาดการเงินโลก #เศรษฐกิจโลก #ข่าวลงทุน








