กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF แสดงมุมมองเชิงบวกต่อการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยระบุว่า การลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 จูลี โคแซก โฆษกหญิงของ IMF แถลงต่อสื่อมวลชนว่า การที่สหรัฐฯ และจีนกลับมาเปิดการเจรจากันในระดับผู้นำ ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง
“ความคืบหน้าใด ๆ ที่ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า และลดความไม่แน่นอน จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯ จีน และเศรษฐกิจโลกโดยรวม” โคแซกระบุ
ที่ผ่านมา IMF เรียกร้องให้ทั้งสหรัฐฯ และจีนใช้แนวทางการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังมาตรการตอบโต้ทางภาษีระหว่างสองประเทศเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก และเกือบทำให้การค้าระหว่างกันหยุดชะงัก
บรรยากาศการเจรจาระหว่างสองฝ่ายเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังผู้นำทั้งสองประเทศเดินหน้าหารือในหลายประเด็นสำคัญ ทั้งด้านการค้า การลงทุน พลังงาน และสินค้าเกษตร
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า จีนตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐฯ จำนวน 200 ลำ ซึ่งถือเป็นดีลขนาดใหญ่ที่อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคการผลิตของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างหารือเกี่ยวกับข้อตกลงด้านพลังงานและสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ รวมถึงแนวคิดจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนแบบทวิภาคี สำหรับภาคธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์มองว่า หากสหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้เพิ่มเติม อาจช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมทั้งตลาดการเงิน การค้า และห่วงโซ่อุปทานโลกในปัจจุบัน
#IMF #ทรัมป์ #สีจิ้นผิง #เศรษฐกิจโลก #สงครามการค้า #สหรัฐจีน #โบอิ้ง #การค้าระหว่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจโลก #ภาษีนำเข้า #การลงทุน #ข่าวต่างประเทศ #จีน #สหรัฐอเมริกา








