วันที่ 14 พ.ค.69 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ท่ามกลางความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจที่เผชิญความขัดแย้งทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคงระหว่างประเทศ
เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งแคปิตอลในช่วงค่ำ หลังการเดินทางจากกรุงวอชิงตัน โดยการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี และเป็นครั้งแรกของทรัมป์นับตั้งแต่เดินทางเยือนจีนเมื่อปี 2560 ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่ง
การพบหารือระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง มีกำหนดจัดขึ้นที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะหารือประเด็นสำคัญ อาทิ สงครามในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน สถานการณ์ไต้หวัน รวมถึงข้อพิพาททางการค้าที่ดำเนินมาอย่างยาวนานระหว่างสองประเทศ
ก่อนเดินทางถึงจีน ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการหารือกับผู้นำจีนเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน แม้จะยืนยันว่า วอชิงตันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากจีนในประเด็นดังกล่าวก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การเยือนครั้งนี้มีมิติด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเข้มข้น โดยมีรายงานว่า เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอ็นวิเดีย และอีลอน มัสก์ ประธานบริษัทเทสลา ร่วมเดินทางกับคณะผู้นำสหรัฐฯ ด้วย
ประเด็นด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการจำกัดการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงไปยังจีน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงต้อนรับการเยือนของทรัมป์ พร้อมยืนยันว่า ปักกิ่งพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อขยายความร่วมมือและจัดการความเห็นต่างระหว่างกัน
ขณะเดียวกัน บรรยากาศในกรุงปักกิ่งก่อนการประชุมเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญทั่วเมือง
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ถูกจับตาจากหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไต้หวัน เพื่อประเมินท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง อาจส่งผลต่อแนวนโยบายของวอชิงตันในอนาคต








