เมื่อวันที่ 13 พ.ค.69 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชาได้ส่งหนังสือประท้วงและออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีการที่ประเทศไทยขึ้นทะเบียนกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทคะนา และโบราณสถานอื่น ๆ บริเวณแนวชายแดน ในบัญชีรายชื่อโบราณสถานของไทย
ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า โบราณสถานดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชา พร้อมคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการดำเนินการของกรมศิลปากรไทย โดยมองว่าเป็นการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว และเป็นการอ้างสิทธิในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาท
ในหนังสือประท้วงระบุข้อความว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา “ประท้วงอย่างรุนแรงและปฏิเสธอย่างหนักแน่น” ต่อการตัดสินใจของไทย พร้อมย้ำว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทหนองคะนา และโบราณสถานอื่น ๆ ตามแนวชายแดน เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชา และไม่สามารถยอมรับได้
ฝ่ายกัมพูชายังระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนของไทยไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอธิปไตย หรือใช้กำหนดเขตแดนได้
พร้อมอ้างว่าประเด็นเรื่องเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย จะต้องได้รับการแก้ไขตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ค.ศ. 1907 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกลไกทวิภาคี เช่น MOU2543, TOR 2003 และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชายังระบุว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าวเป็นการสร้างสถานะทางกฎหมายเทียม และถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา อีกทั้งยังบ่อนทำลายบรรยากาศการเจรจาอย่างสันติระหว่างสองประเทศ
ท้ายที่สุด กัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการขึ้นทะเบียนโบราณสถานดังกล่าวโดยทันที และหลีกเลี่ยงการกระทำฝ่ายเดียวที่อาจกระทบต่อความพยายามแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี พร้อมย้ำว่ากัมพูชายังคงยึดมั่นแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขข้อพิพาทที่ค้างคาอยู่
#ฮุนเซน #กัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ปราสาทตาเมือน #ปราสาทตาควาย #เขตแดน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #ASEAN








