เมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 มีรายงานข่าวมแจ้งว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ FBI กำลังดำเนินการสอบสวน โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ในข้อหาลักลอบเปิดเผยข้อมูลลับของทางราชการ หลังมีรายงานว่าเขาเพิ่งลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายของรัฐบาล
รายงานจากสำนักข่าว NBC News ระบุว่า การสอบสวนดังกล่าวเริ่มขึ้นก่อนที่เคนต์จะประกาศลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โดยการลาออกมีสาเหตุมาจากการไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะประเด็นการใช้แนวทางทางทหารต่ออิหร่าน
ในการประกาศลาออก เคนต์ระบุว่า เขาไม่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านได้ เนื่องจากมองว่าอิหร่านไม่ได้เป็น “ภัยคุกคามที่จวนตัว” ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมิน พร้อมแสดงความกังวลว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสูญเสียของชีวิตประชาชน และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสหรัฐฯ
เคนต์ยังให้สัมภาษณ์หลังพ้นตำแหน่ง โดยยอมรับว่าเขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะถูกตรวจสอบและอาจถูกดิสเครดิตจากภาครัฐ หลังการแสดงจุดยืนทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังยืนยันว่าพร้อมเปิดรับการพูดคุยกับผู้นำสหรัฐฯ หากมีโอกาส
ด้านทำเนียบขาวออกมาโต้ตอบทันที โดยโฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีข้อมูลและหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าอิหร่านมีการเตรียมการโจมตีสหรัฐฯ ขณะที่ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) ระบุว่า การประเมินภัยคุกคามเป็นอำนาจตัดสินใจของประธานาธิบดีโดยตรง โดยหน่วยงานข่าวกรองมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น
สำหรับประวัติของโจ เคนต์ เป็นอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษ (Green Beret) ที่มีประสบการณ์ในสนามรบหลายครั้ง ก่อนจะเข้าทำงานในวงการข่าวกรองสหรัฐฯ และเคยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) นอกจากนี้ เขายังเคยสูญเสียภรรยา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดโดยกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียเมื่อปี 2562
เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งประเด็นความมั่นคง การเมือง และข้อกล่าวหาเรื่องการเปิดเผยข้อมูลลับของทางราชการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระดับนโยบายของสหรัฐฯ
#FBI #สหรัฐอเมริกา #โจเคนต์ #ทรัมป์ #อิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวโลก #ความมั่นคง #ข่าวด่วน #การเมืองสหรัฐ








