เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 กองกำลังทหารของสหรัฐอเมริกาได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การโจมตีดังกล่าวมีการหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะแห่งนี้โดยตรง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า หากมีการแทรกแซงเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะเกิดจากอิหร่านหรือฝ่ายใดก็ตาม เขาจะ “กลับมาพิจารณาการโจมตีเกาะคาร์กในทันที” ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังเปิดทางเลือกในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านในอนาคต หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น
เกาะคาร์กตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านประมาณ 25 กิโลเมตร ตัวเกาะมีความยาวราว 6 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในเกาะมีท่าเทียบเรือน้ำลึกที่รองรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ หรือซูเปอร์แท็งเกอร์ (Supertankers) ทำให้สามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้เกาะคาร์กกลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านมากถึงราว 90% เนื่องจากพื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่ของประเทศมีระดับน้ำตื้นเกินกว่าจะรองรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ได้
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่น ๆ ส่งเรือรบไปประจำการบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือทุกลำที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ หลังจากอิหร่านยังคงปิดเส้นทางขนส่งพลังงานที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
การเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจทำให้เธอต้องเผชิญสถานการณ์ทางการทูตที่ละเอียดอ่อน ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ยังมีกำหนดเดินทางเยือนจีนในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน
ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาแผนจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรพหุภาคี (Multinational Coalition) เพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยแผนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ และอาจมีการประกาศอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม รายงานของ WSJ ระบุว่า หลายประเทศยังไม่แสดงท่าทีที่จะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าวอย่างชัดเจน จนกว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลจะคลี่คลายลง เนื่องจากเกรงว่าการเข้าร่วมอาจทำให้ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามโดยตรง
ด้านซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้สั่งการให้หน่วยงานของรัฐบาลเร่งรวบรวมข้อมูล พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินและเรือ หลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ลูก ลงสู่ทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังจัดการฝึกซ้อมทางทหารร่วมประจำปี
เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้เริ่มการฝึกซ้อมทางทหารร่วมภายใต้ชื่อ “ฟรีดอม ชิลด์” (Freedom Shield) ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. และมีกำหนดดำเนินต่อไปจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการตอบสนองภัยคุกคามร่วมกันของพันธมิตร และเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มดำเนินการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ โดยเตรียมปล่อยน้ำมันดิบจำนวน 86 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) รวมทั้งสิ้น 172 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่า น้ำมันจากคลังสำรองดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายสัปดาห์หน้า โดยแผนการระบายน้ำมันครั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน และเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับหลายประเทศในการระบายน้ำมันรวมกว่า 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
ความขัดแย้งดังกล่าวยังส่งผลให้การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ทั้งที่เส้นทางนี้เป็นช่องทางลำเลียงน้ำมันราวหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
ด้านคริส โบเวน รัฐมนตรีพลังงานของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า พื้นที่ชนบทและภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง อันเป็นผลมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
โบเวนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ความต้องการเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นถึง 100% ในคลังเก็บเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง ขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อหามาตรการแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด
คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากรัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าจะระบายเชื้อเพลิงจากคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อนำมาใช้รองรับความต้องการในพื้นที่ชนบท อย่างไรก็ตาม โบเวนระบุว่า อุปทานเชื้อเพลิงเพิ่มเติมดังกล่าวจะยังไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ในทันที
ในอีกประเด็นหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เสนอให้ย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านไปเก็บรักษาไว้ในรัสเซีย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
รายงานจากเว็บไซต์ข่าว Axios ระบุว่า ปูตินได้เสนอแนวคิดดังกล่าวระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการให้รัสเซียรับยูเรเนียมของอิหร่านไปเก็บรักษาไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า แนวคิดเรื่องการย้ายยูเรเนียมไม่ใช่เรื่องใหม่ และที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างจริงจัง โดยจุดยืนของสหรัฐฯ คือ ต้องการให้มั่นใจว่ายูเรเนียมดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมที่ปลอดภัยและโปร่งใส
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาสัปดาห์สำคัญของตลาดการเงิน ซึ่งถูกเรียกว่า “Super Week of Central Banks” เนื่องจากมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกพร้อมกันถึง 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางแคนาดา ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางจีน
ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารที่ 17 มี.ค. ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางแคนาดาจะประกาศผลในวันพุธที่ 18 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ จะประกาศผลในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. และธนาคารกลางจีนจะประกาศผลในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์นี้ ยกเว้นธนาคารกลางออสเตรเลียที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
#ข่าวต่างประเทศ #ข่าวโลก #สงครามตะวันออกกลาง #ช่องแคบฮอร์มุซ #สหรัฐอิหร่าน #โดนัลด์ทรัมป์ #ญี่ปุ่น #จีน #ราคาน้ำมันโลก #เศรษฐกิจโลก #ตลาดพลังงาน #ข่าวเศรษฐกิจโลก #ข่าวการเมืองโลก #ข่าวด่วนต่างประเทศ #MiddleEastConflict #HormuzStrait #WorldNews #GlobalEconomy








