สถานการณ์ความขัดแย้งใน Middle East ที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในการหารือของที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ หรือ ASEAN Economic Ministers' Retreat ในวันนี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก ASEAN เตรียมจัดประชุมนัดพิเศษผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายในวันเดียวกัน เพื่อหารือแนวทางรับมือของภูมิภาคต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สอง และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 Dax Imperial โฆษกกิจการต่างประเทศของอาเซียนประจำปี 2569 เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันนี้จะครอบคลุมถึงท่าทีและแนวทางการตอบสนองของภูมิภาคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมจากรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก
ขณะเดียวกัน Philippines ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตดังกล่าว รวมถึงกำหนดแนวทางรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ตลอดจนปัญหาการหยุดชะงักของระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
Allan Gepty รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประเทศในภูมิภาคไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบของวิกฤตดังกล่าวได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน
เขาระบุว่า การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินมาตรการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะนี้ หลายประเทศในอาเซียนได้เริ่มดำเนินมาตรการเชิงรูปธรรมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานแล้ว ตัวอย่างเช่น ฟิลิปปินส์ได้ประกาศลดวันทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อประหยัดการใช้เชื้อเพลิง พร้อมทั้งประธานาธิบดีได้ยื่นขออำนาจจากรัฐสภาในการระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าและลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพของประชาชน
ขณะที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Thailand ได้มีคำสั่งระงับการส่งออกพลังงานไปยังต่างประเทศชั่วคราว โดยยกเว้นการส่งออกไปยัง Laos และ Myanmar เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ
ด้าน Irene Dumlao ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของฟิลิปปินส์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวนอกรอบการประชุม ASEAN Socio-Cultural Community Council ประจำปี 2569 ว่า อาเซียนกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวมีแรงงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำงานอยู่มากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงหากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างมากขึ้น
ทั้งนี้ ความขัดแย้งครั้งล่าสุดในตะวันออกกลางเริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากปฏิบัติการทางทหารร่วมกันระหว่าง United States และ Israel เพื่อโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของ Iran ส่งผลให้ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรงจากอิหร่าน และได้ขยายวงกว้างเป็นการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวเปอร์เซีย เช่น Qatar Bahrain และ United Arab Emirates
สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดดังกล่าว ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเร่งเตรียมมาตรการรับมือ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความปลอดภัยของแรงงานในต่างประเทศ เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
#อาเซียน #ASEAN #สงครามตะวันออกกลาง #ราคาน้ำมันโลก #เศรษฐกิจโลก #ประชุมอาเซียน #ตะวันออกกลาง #วิกฤตพลังงาน #ข่าวต่างประเทศ #เงินเฟ้อ #พลังงานโลก #แรงงานไทยต่างแดน #ภูมิรัฐศาสตร์ #ข่าวเศรษฐกิจโลก







