เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 พลตรี อาลี โมฮัมหมัด นาอีนี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps : IRGC) เปิดเผยผ่านสื่อของรัฐอิหร่านในช่วงเช้าวันอังคารว่า กองทัพอิหร่านกำลังเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับกองเรือรบของสหรัฐที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า ทิศทางของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางว่าจะยุติลงหรือขยายตัวต่อไปนั้น อยู่ในมือของอิหร่านเพียงฝ่ายเดียว
นาอีนีกล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำลัง “เฝ้ารอ” การมาถึงของกองเรือรบสหรัฐในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีศักยภาพสูงสุดของกองทัพเรือสหรัฐ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงมาตรการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของโลก เนื่องจากมีน้ำมันดิบจำนวนมหาศาลถูกลำเลียงผ่านเส้นทางดังกล่าวในแต่ละวัน ทำให้ความตึงเครียดหรือการเผชิญหน้าทางทหารในพื้นที่นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ระบุว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก และมีแนวโน้มที่จะผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
#อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #ช่องแคบฮอร์มุซ #IRGC #สงครามตะวันออกกลาง #กองเรือสหรัฐ #USSGeraldFord #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #ราคาน้ำมันโลก #พลังงานโลก #MiddleEast #IranUS #StraitOfHormuz







