เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายอาวุธให้กับ อิสราเอล ภายใต้โครงการการขายอาวุธให้ต่างประเทศ (Foreign Military Sale) โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมระเบิดจำนวน 12,000 ลูก พร้อมบริการสนับสนุนด้านเทคนิคและโลจิสติกส์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 151.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานระบุว่า อิสราเอลได้ยื่นคำขอจัดซื้อระเบิดอเนกประสงค์รุ่น BLU-110A/B น้ำหนัก 1,000 ปอนด์ จำนวน 12,000 ลูก โดยแพ็กเกจการขายยังรวมถึงบริการด้านวิศวกรรม การสนับสนุนทางเทคนิค โลจิสติกส์ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนโครงการจากรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้รับจ้างภาคเอกชน
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พิจารณาแล้วว่า มีสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่จำเป็นต้องดำเนินการขายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวให้กับรัฐบาลอิสราเอลโดยทันที เนื่องจากเห็นว่าเป็นผลประโยชน์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงสามารถใช้ข้อยกเว้นภายใต้มาตรา 36(b) ของ Arms Export Control Act เพื่อข้ามขั้นตอนการตรวจสอบของรัฐสภาในการอนุมัติการขายอาวุธครั้งนี้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า การขายอาวุธดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการป้องกันประเทศของอิสราเอล และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงช่วยยับยั้งภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อ อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงหลายราย และพลเรือนอีกจำนวนมากเสียชีวิต
ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีหลายระลอกต่ออิสราเอล รวมถึงเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
#สหรัฐอเมริกา #อิสราเอล #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง #สงครามตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #ความมั่นคงโลก #อาวุธสงคราม #การเมืองโลก #ข่าวโลก







