เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อเหตุโจมตีโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมระบุว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการโจมตีต้องรับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ แม้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ
โฆษกของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเปิดเผยว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน เป็นกลาง และรอบด้าน พร้อมย้ำว่าฝ่ายที่ดำเนินการโจมตีจะต้องรับผิดชอบในการชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ สหประชาชาติยังระบุว่า ภาพความเสียหายที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพลเรือนจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ และหวนกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต
รายงานระบุว่า เหตุโจมตีสะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันแรกของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ไม่มีเจตนามุ่งเป้าโจมตีสถานศึกษา
ด้านอิสราเอลเปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ อาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ส่งหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ลงวันที่ 1 มี.ค. โดยระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวไม่อาจยอมรับได้ และอาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรม พร้อมอ้างว่ามีนักเรียนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 150 ราย
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปได้อย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือไม่
#UN #สหประชาชาติ #อิหร่าน #โจมตีโรงเรียน #สงครามตะวันออกกลาง #สิทธิมนุษยชน #ข่าวต่างประเทศ #VolkerTurk







