ต่างประเทศ

"หุ้นสายการบินเอเชีย" ทรุด! หลังปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง "น้ำมัน" พุ่งดัน "หุ้นพลังงาน"บวก

แชร์ข่าว

ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 เผชิญแรงขายในกลุ่มสายการบินอย่างหนัก หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้หลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้าและปิดสนามบินบางแห่ง สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการเดินทาง ขณะที่นักลงทุนกังวลต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงและผลกระทบจากการหยุดชะงักของเที่ยวบิน

หุ้น Singapore Airlines ร่วงลงกว่า 6% มากที่สุดในกลุ่มสายการบินเอเชีย ด้านหุ้นสายการบินญี่ปุ่นอย่าง ANA และ Japan Airlines (JAL) ต่างปรับตัวลดลงกว่า 4% ขณะที่ Cathay Pacific ของฮ่องกงร่วง 3.63% ส่วน Qantas ของออสเตรเลีย และ Eva Air ของไต้หวัน ต่างดิ่งลงกว่า 4%

สถานการณ์ตึงเครียดทำให้สายการบินชั้นนำยกเลิกเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลางหลายร้อยเที่ยว หลังมีการปิดน่านฟ้าเป็นวงกว้าง ข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า น่านฟ้าอิหร่าน อิรัก คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ถูกสั่งปิด ขณะที่ Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการบิน รายงานว่า มีเที่ยวบินมากกว่า 1,800 เที่ยวถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และอีก 1,400 เที่ยวถูกยกเลิกในวันที่ 1 มีนาคม

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานในเอเชียปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยหุ้น Woodside Energy ในออสเตรเลีย, Inpex ในญี่ปุ่น และ CNOOC (China National Offshore Oil Corporation) ในฮ่องกง ต่างพุ่งขึ้นกว่า 5%

ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นราว 8% ในช่วงเช้า ก่อนลดช่วงบวกเหลือประมาณ 4% หลังเกิดปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเอเชียปรับตัวขึ้นเช่นกัน แม้ในสัดส่วนที่จำกัด โดยหุ้น Mitsubishi Heavy Industries, Kawasaki Heavy Industries และ IHI ของญี่ปุ่น ต่างเพิ่มขึ้นกว่า 1% ขณะที่ ST Engineering ของสิงคโปร์ ปรับขึ้นประมาณ 2%

นักวิเคราะห์มองว่า ความผันผวนในตลาดเอเชียอาจยังดำเนินต่อไป หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและการเดินทางระหว่างประเทศในวงกว้าง

#หุ้นสายการบิน #ตลาดหุ้นเอเชีย #ราคาน้ำมัน #หุ้นพลังงาน #SingaporeAirlines #ANA #JAL #CNOOC #สงครามตะวันออกกลาง #OperationEpicFury