เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว เปิดตลาดร่วงลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 57,976.20 จุด ลดลง 874.07 จุด หรือ -1.48% สะท้อนแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นวงกว้าง และกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงตลาดพลังงาน
ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ภายใต้ชื่อ “Operation Epic Fury” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกัน ด้วยการขจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่า เป็นการปฏิบัติการเพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอิสราเอล
รายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ฝ่ายอิหร่านตอบโต้ทันที โดยประกาศให้ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคเป็น “เป้าหมายโจมตีที่ชอบธรรม” พร้อมระดมโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย มีรายงานเหตุระเบิดเกิดขึ้นในหลายประเทศ ได้แก่ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
นักวิเคราะห์มองว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นอาจกดดันตลาดหุ้นเอเชียในระยะสั้น โดยเฉพาะหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลก
#นิกเกอิ #ตลาดหุ้นโตเกียว #ตลาดหุ้นเอเชีย #สงครามตะวันออกกลาง #สหรัฐอิสราเอล #อิหร่าน #OperationEpicFury #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #หุ้นต่างประเทศ







