ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก : "หุ้นเอเชีย" ผันผวน / "อินโดนีเซีย" เสี่ยงหลุดดัชนี MSCI / "เฟด" คงดอกเบี้ย

แชร์ข่าว

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (29 ม.ค.) ในลักษณะผสมผสาน ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงระมัดระวัง โดยนักลงทุนจับตาดัชนี Jakarta Composite ของอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด หลังร่วงลงมากกว่า 8% เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) ภายหลังจาก MSCI ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ออกแถลงการณ์เตือนถึงความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจถูกปรับลดสถานะลงเป็นตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market)

ขณะเดียวกัน โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงเป็นระดับ Underweight โดยให้เหตุผลว่ามีแนวโน้มจะยังคงเห็นแรงเทขายจากกองทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักกลยุทธ์ของโกลด์แมน แซคส์มองว่า ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นอินโดนีเซียในระยะถัดไป

ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สถาบันรับฝากและชำระราคาหลักทรัพย์ (KSEI) และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน (OJK) อยู่ระหว่างหารือกับ MSCI หลังจาก MSCI แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าลงทุนของตลาด โดยเฉพาะประเด็นความโปร่งใสของโครงสร้างการถือหุ้น และข้อมูล free float ในตลาด พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อินโดนีเซียอาจถูกปรับลดสถานะลงสู่ตลาดหุ้นชายขอบ

คอตซาร์ ปริมาดี นูราห์มัด เลขาธิการฝ่ายสถาบันของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย กล่าวว่า ทางตลาดได้เพิ่มความโปร่งใสมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการเผยแพร่ข้อมูล free float ผ่านประกาศบนเว็บไซต์ของตลาด และหาก MSCI เห็นว่ายังไม่เพียงพอ ก็พร้อมเดินหน้าหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลตามข้อเสนอของ MSCI เพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ด้านคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยสมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติให้คงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่อีก 2 ราย คือ สตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ลงมติให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

ทั้งนี้ เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย หลังจากได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในปี 2568 ได้แก่ เดือนกันยายน เดือนตุลาคม และเดือนธันวาคม

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ ได้เริ่มกระบวนการเจรจาเพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยตัวแทนจากทั้งสามฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือในระดับเชิงเทคนิค อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่หรือผู้เข้าร่วมการประชุม

ขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความตึงเครียดทางการเมือง และผลักดันให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติงบประมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ติดต่อสมาชิกสภาคองเกรสอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบภายในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเสี่ยงจะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 1 ต.ค. ถึง 12 พ.ย. 2568 เป็นระยะเวลา 43 วัน ซึ่งนับว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวานนี้ ขู่ว่าจะส่งกองเรือรบขนาดใหญ่โจมตีอิหร่าน หากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยระบุว่าเป็นกองเรือที่มีขนาดใหญ่กว่ากองกำลังที่เคยถูกส่งไปยังเวเนซุเอลา และนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์น

ขณะที่ คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เหมาะสมต่อการดำเนินการทางทหารใด ๆ ที่มุ่งโจมตีอิหร่าน พร้อมเตือนว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับสหรัฐฯ และอิสราเอล เนื่องจากทั้งสองฝ่ายตระหนักดีถึงต้นทุนและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยยืนยันว่า แม้อิหร่านจะมีช่องทางการสื่อสารกับสหรัฐฯ ในทางอ้อม แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ

ด้านภาคเอกชน เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานว่า รายได้และกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง โดยรายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 9.483 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 46% เหลือ 3.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ เทสลาส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 1.64 ล้านคันในปี 2568 ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และเป็นครั้งแรกที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารายปีของบริษัทถูกแซงหน้าโดยผู้ผลิตรถยนต์จากจีนอย่างบีวายดี (BYD)

สำหรับข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (29 ม.ค.) ญี่ปุ่นจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม สิงคโปร์เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธันวาคม สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม ขณะที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนพฤศจิกายน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพฤศจิกายน

#ข่าวรอบโลก #ตลาดหุ้นเอเชีย #หุ้นอินโดนีเซีย #MSCI #เฟด #ดอกเบี้ยสหรัฐ #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #เทสลา #ข่าวเศรษฐกิจ