เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีของ โปรตุเกส จำเป็นต้องจัดการลงคะแนนรอบสอง หลังไม่มีผู้สมัครรายใดคว้าคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งในการเลือกตั้งรอบแรกซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา
กระทรวงบริหารภายในของโปรตุเกสเปิดเผยผลการนับคะแนนเบื้องต้น ซึ่งนับไปแล้วกว่า 95.7% ระบุว่า อันโตนีโอ โชเซ เซกูโร จาก พรรคสังคมนิยม (Socialist Party) พรรคแนวกลาง-ซ้าย ได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งที่ 30.6% ตามมาด้วย อังเดร เวนตูรา หัวหน้า พรรคเชกา (Chega) ซึ่งรั้งอันดับสองด้วยคะแนน 24.3%
ส่วนอันดับสาม ได้แก่ โชเอา กอตริม เด ฟิเกเรโด จาก พรรคอินิเซียตีวา ลิเบรัล (Liberal Initiative) ได้คะแนน 15.5% และ เอ็นรีเก โกเวีย อี เมโล ผู้สมัครอิสระ ได้คะแนน 12.2%
ตามรัฐธรรมนูญโปรตุเกส หากไม่มีผู้สมัครรายใดได้คะแนนเกิน 50% ในรอบแรก ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดสองอันดับแรกจะต้องเข้าสู่การเลือกตั้งรอบสอง ส่งผลให้เซกูโรและเวนตูราต้องดวลกันอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีโปรตุเกสต้องยืดเยื้อถึงรอบสอง
รายงานจาก สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า แม้ตำแหน่งประธานาธิบดีโปรตุเกสจะมีบทบาทเชิงพิธีการเป็นหลัก แต่ยังถือเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจทางการเมืองสำคัญ อาทิ อำนาจในการยุบสภาและการใช้สิทธิ์ยับยั้งกฎหมาย (Veto)
ทั้งนี้ มาร์แซลู รึเบลู ดึ โซซา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จะครบวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นกำหนดการทำพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ หลังทราบผลการเลือกตั้งรอบสองอย่างเป็นทางการ
#เลือกตั้งโปรตุเกส #ประธานาธิบดีโปรตุเกส #การเมืองยุโรป #เลือกตั้งรอบสอง #เซกูโร #เวนตูรา #ข่าวต่างประเทศ #โปรตุเกส2026







