การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น กลุ่มสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 คน และถูกจับกุมเกือบ 10,700 คน ขณะที่การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปในหลายพื้นที่ โดยรัฐบาลอิหร่านได้ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นระยะเวลานานถึงสี่วัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้งานโทรศัพท์มือถือและการสื่อสารของประชาชนอย่างกว้างขวาง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันด้านงบประมาณเพิ่มขึ้น เพื่อเร่งสนับสนุนเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต หลังจากที่ได้ปรับลดงบประมาณในประเด็นนี้ไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยฝ่ายนิติบัญญัติและกลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มบทบาทในการช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการสื่อสารอย่างเสรี ท่ามกลางวิกฤตสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่า ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับกรุงเตหะรานจะต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 25% โดยการประกาศดังกล่าวถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ และอาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ท่าทีดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ท่ามกลางการจับตาว่าสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมใดบ้างต่อสถานการณ์การเมืองและสิทธิมนุษยชนในอิหร่านในระยะต่อไป
#ประท้วงอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ #สิทธิมนุษยชน #เสรีภาพอินเทอร์เน็ต #โดนัลด์ทรัมป์ #ภาษีนำเข้า #ข่าวการเมืองโลก #ตะวันออกกลาง







