เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนและขู่อีกครั้งว่า สหรัฐฯ อาจใช้กำลังโจมตีอิหร่าน “อย่างหนัก” หากทางการอิหร่านเริ่มใช้ความรุนแรงถึงขั้นสังหารประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งหนึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า เขาได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังอิหร่านแล้วว่า หากเริ่มมีการฆ่าประชาชน สหรัฐฯ จะตอบโต้กลับอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จับตาสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนหลายครั้งว่า วอชิงตันจะดำเนินการตอบโต้ หากรัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมประท้วงอย่างสันติ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ประณามถ้อยแถลงของรัฐบาลทรัมป์ว่าเป็น “คำพูดแทรกแซงและหลอกลวง” พร้อมระบุว่า สะท้อนถึงท่าทีเป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ ต่อประชาชนชาวอิหร่านมาอย่างยาวนาน มากกว่าจะเป็นความห่วงใยอย่างแท้จริงต่อสวัสดิภาพของประชาชน
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังระบุว่า การที่สหรัฐฯ แสดงความเห็นเกี่ยวกับกิจการภายในของอิหร่าน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกดดันและแทรกแซงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การปกป้องสิทธิมนุษยชนตามที่กล่าวอ้าง
ทั้งนี้ การประท้วงในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา หลังพ่อค้าแม่ค้าออกมาเดินขบวนในกรุงเตหะราน เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการอ่อนค่ารุนแรงของเงินเรียลอิหร่านเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่การชุมนุมจะขยายวงกว้างไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ
สำนักข่าวสิทธิมนุษยชน HRANA รายงานว่า การประท้วงได้ลุกลามไปแล้วอย่างน้อย 111 เมือง ครอบคลุมทั้ง 31 จังหวัดของอิหร่าน โดยมีรายงานผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย และเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงเสียชีวิต 4 นาย ขณะที่มีผู้ประท้วงถูกจับกุมราว 2,200 คน
#ทรัมป์ #อิหร่าน #ประท้วงอิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #สิทธิมนุษยชน







