เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความสงบและยับยั้งชั่งใจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วิกฤตการณ์ใน เวเนซุเอลา ลุกลามบานปลาย พร้อมเร่งผลักดันการหาทางออกด้วยสันติวิธี ภายหลัง สหรัฐอเมริกา เปิดฉากใช้กำลังทางทหารต่อเวเนซุเอลาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แถลงการณ์จากผู้แทนระดับสูงของ EU ระบุว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ หรือ สหประชาชาติ (UN Charter) อย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่โดยตรงในการปกป้องและธำรงไว้ซึ่งหลักการดังกล่าว เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในระดับนานาชาติ
EU ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยในเวเนซุเอลา โดยย้ำว่ากระบวนการดังกล่าวควรเป็นการนำโดยชาวเวเนซุเอลาเอง และสิทธิในการกำหนดอนาคตของประเทศเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเคารพอย่างเคร่งครัด
แม้ EU จะยอมรับว่าการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ายาเสพติดเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่ยืนยันว่ามาตรการต่าง ๆ ควรดำเนินการผ่านความร่วมมือระยะยาว โดยคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศ บูรณภาพแห่งดินแดน และอธิปไตยของรัฐเป็นสำคัญ
ในระยะนี้ EU กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนานาชาติ เพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจาที่สันติ ครอบคลุมทุกฝ่าย และเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวเวเนซุเอลามีบทบาทหลักในการกำหนดทิศทางของประเทศตนเอง
ด้าน สำนักงานกิจการภายนอกแห่งสหภาพยุโรป (EEAS) เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิก EU จำนวน 26 ประเทศให้การสนับสนุนแถลงการณ์ดังกล่าว โดยมีเพียงประเทศฮังการีเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนในครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเวเนซุเอลาครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่าสหรัฐสามารถควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภริยาได้สำเร็จ พร้อมนำตัวออกจากประเทศเวเนซุเอลาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ประชาคมโลกจับตาอย่างใกล้ชิด
#EU #เวเนซุเอลา #สหรัฐอเมริกา #วิกฤตการเมือง #กฎหมายระหว่างประเทศ #UN #โดนัลด์ทรัมป์ #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก








