ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ นอกจากผู้ประสบภัยจะต้องเผชิญกับความเดือดร้อนแล้ว ยังเป็นช่วงที่ "มิจฉาชีพ" ฉวยโอกาสใช้ความเห็นใจของประชาชนมาหลอกลวงให้โอนเงินหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและซ้ำเติมผู้ประสบภัย บทความนี้จะพาไปเปิดกลโกงที่พบในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมวิธีสังเกตและป้องกันตัว เพื่อให้ทุกการช่วยเหลือส่งถึงผู้เดือดร้อนตัวจริง ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ
2 รูปแบบกลโกงยอดฮิตช่วงน้ำท่วม
1. หลอกลวงคนใจบุญ (ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ)
- สร้างโพรไฟล์หรือเพจปลอม มิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ มูลนิธิชื่อดัง หรือบุคคลมีชื่อเสียง
- ใช้รูปภาพสะเทือนใจ นำภาพความเดือดร้อนหรือภาพการลงพื้นที่เก่ามาโพสต์เพื่อเร่งเร้าความสงสาร
- ใช้บัญชีม้า บัญชีรับโอนเงินมักเป็นชื่อบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ชื่อบัญชีที่เป็นทางการของมูลนิธิหรือหน่วยงาน
2. ซ้ำเติมผู้ประสบภัย (หลอกเอาเงิน/ดูดข้อมูล)
- หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ส่ง SMS ปลอม หรือตั้งเพจหน่วยงานรัฐปลอม เช่น กระทรวงต่าง ๆ หรือธนาคาร
- แนบลิงก์อันตราย หลอกให้กดลิงก์แอดไลน์เพื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เลขบัตรประชาชน หรือสแกนใบหน้า
- หลอกโอนค่าธรรมเนียม อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการ ค่าภาษี หรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนจะโอนเงินเยียวยาให้
วิธีเช็กก่อนโอน "ไม่ตกเป็นเหยื่อ"
- เช็กบัญชีปลายทาง บัญชีรับบริจาคของจริงต้องเป็นชื่อองค์กร มูลนิธิ หรือหน่วยงานนั้น ๆ เสมอ ไม่ใช่บัญชีบุคคลธรรมดา
- ตรวจสอบช่องทางทางการ บริจาคผ่านช่องทางหลักที่มีเครื่องหมายยืนยัน (เช่น Blue Badge ใน Facebook) หรือตรวจสอบสายด่วนของหน่วยงานนั้นโดยตรง เช็กความน่าเชื่อถือทุกครั้งก่อนโอน
- ยึดหลัก "4 ไม่" คือ ไม่กดลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ, ไม่หลงเชื่อข้อเสนอที่ดีเกินจริงหรือผู้ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือมูลนิธิต่าง ๆ , ไม่รีบตัดสินใจทำธุรกรรม, และไม่โอนเงินก่อนตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ
หากพลาดโอนเงินไปแล้ว ต้องทำอย่างไร?
- รีบติดต่อธนาคารทันที โทรหาศูนย์รับแจ้งเหตุภัยการเงินของธนาคารที่คุณใช้ เพื่อขออายัดบัญชีปลายทางชั่วคราวให้เร็วที่สุด
- โทรสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอคำแนะนำและระงับบัญชีมิจฉาชีพทันที
- แจ้งความดำเนินคดี รวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน ข้อความแชท หน้าโพรไฟล์มิจฉาชีพ แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่หรือแจ้งความออนไลน์
"น้ำใจมีค่า...อย่าให้มิจฉาชีพฉวยโอกาส" เช็กเพจ เช็กบัญชี เช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนโอนทุกครั้ง เพราะเงินที่ตั้งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ควรตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ ดังนั้นการช่วยอย่างมีสติ จะสามารถช่วยผู้ประสบภัยได้จริง และป้องกันตัวเองจากภัยออนไลน์ได้พร้อมกัน








