ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน Thai Digital & AI Award 2026 ภายใต้หัวข้อ “โอกาสของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเอไอของไทยในเวทีโลก” ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมย้ำศักยภาพและโอกาสของอุตสาหกรรมดิจิทัล และ AI ของไทย หากสามารถเชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ปิยนุช กล่าวว่า โลกได้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในด้านโทรคมนาคมหรือภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจดิจิทัลจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าและการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก ในขณะเดียวกันโลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-driven Economy) ที่พัฒนาจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI ที่สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้ สอดคล้องกับที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAC) คาดว่า เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10 – 12 ต่อปี และมูลค่าตลาด AI ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 2566 - 2576 มากถึงร้อยละ 38 ต่อปี เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากช่วยลดข้อจำกัดทางกายภาพและภูมิศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจ และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกัน AI ส่งผลให้การแข่งขันทางเศรษฐกิจในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนและทรัพยากรเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีคุณภาพ อัลกอลิทึม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วย
สำหรับประเทศไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ของไทยมีพื้นฐานและมีโอกาสเติบโตสูง เห็นได้จาก (1) มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีสัดส่วนเกือบร้อยละ 15 ของ GDP ไทย และการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลที่มีมูลค่าถึง 2.5 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ที่มีสัดส่วนในการส่งออกประมาณครึ่งหนึ่ง และไทยยังเป็นหนึ่งในสี่ประเทศที่ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยก็มีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล แสดงถึงความสามารถในการใช้ศักยภาพของไทยนำไปสู่ตลาดโลก (2) การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสมดุลในการใช้ทรัพยากรและความยั่งยืนด้วย และ (3) โอกาสจากความต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในภาคส่วนต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ไทยจำเป็นต้องปิดช่องว่างสำคัญ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ดิจิทัลของผู้ประกอบการ SMEs ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมดิจิทัลต้นน้ำของไทย เพื่อเปลี่ยนศักยภาพให้เป็นความสำเร็จ
กระทรวงพาณิชย์พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI โดยการสร้างสรรค์ (Co-creation) และร่วมมือ (partnership) กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ใน 4 มิติสำคัญ
(1) การยกระดับการบริหารจัดการและการให้บริการด้วยข้อมูลและ AI กระทรวงพาณิชย์กำลังขับเคลื่อนการเป็น Data-Driven Ministry โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิระบบบริหารจัดการข้าวเชิงรุก และแพลตฟอร์ม SMART MOC+
(2) การพัฒนาและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าโลก กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ ทั้งสินค้าและบริการดิจิทัล ได้สนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา
(3) การพัฒนาทักษะเดิมและการเพิ่มพูนทักษะใหม่ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการค้าออนไลน์ การตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการประยุกต์ใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ปัญญามนุษย์กำกับปัญญาประดิษฐ์
(4) การขยายตลาดและสร้างระบบการค้าออนไลน์ที่เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” และความร่วมมือกับแพลตฟอร์มทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดให้ผู้ประกอบการควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค
ดร.ปิยนุช กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI บน 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ Protection, Potential และ Prosperity เพื่อสร้างการยอมรับการใช้ AI ที่น่าเชื่อถือ (Trusted AI System Adoption) อย่างไรก็ดี ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับคน อุตสาหกรรม และตลาด ภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและประโยชน์ให้กับสังคม
ดร.ปิยนุช กล่าวแสดงความชื่นชมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่จัดการประกวด Thai Digital & AI Award 2026 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพขององค์กรและบุคลากรไทยด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 10 หมวดเทคโนโลยีเป้าหมาย โดยหวังให้ผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และขยายผลสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป








