วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การขนส่งทางอากาศถือเป็นระบบคมนาคมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจหลักที่ต้องได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานดำเนินการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุแบบเต็มรูปแบบของท่าอากาศยานในสังกัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริง การฝึกซ้อมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร และประชาชนที่ใช้บริการท่าอากาศยาน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่ออีกว่า วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นี้ จะได้ลงพื้นร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ ณ ท่าอากาศยานนครพนม (KOP-EMEX) พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ดูความพร้อมในการทำงานของระบบความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย ทั้งในส่วนของการฝึกซ้อมและการให้บริการประชาชน โดยยึดหลักในการดูแลรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความเข้มแข็งของระบบการจัดการ และเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและผู้ประกอบการว่า ประเทศไทยมีระบบการบินที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ซึ่งกรมท่าอากาศยานมีความมุ่งมั่นพัฒนางานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และมีการฝึกซ้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุเต็มรูปแบบของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำหนดไว้ ได้แก่ ข้อกำหนด (กพท.) ฉบับที่ 37 ว่าด้วยมาตรฐานสนามบิน ซึ่งระบุไว้ว่าสนามบินต้องมีการกำหนดให้มีจัดทำการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินของสนามบินเต็มรูปแบบ (full-scale exercise) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทุกรอบระยะเวลาสองปี โดยกรณีในปีที่ไม่มีการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ ให้สนามบินทำการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table-Top Exercise) และข้อกำหนดในแผนการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ว่าด้วยเรื่องกระบวนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้การดำเนินการฝึกซ้อมฯ ยังสอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่กำหนดให้แต่ละท่าอากาศยานของรัฐภาคี จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบ (Full-scale exercise) ตามภาคผนวก 14 (Annex 14 - Aerodromes) และภาคผนวก 17 (Annex 17- Security) เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในกรณีต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นแนวทางในการปฏิบัติหากเกิดเหตุการณ์จริง และสามารถนำแผนฉุกเฉินท่าอากาศยานไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน
สำหรับการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุแบบเต็มรูปแบบเป็นการจำลองสถานการณ์ให้เสมือนจริง ซึ่งในปี 2569 นี้ จะจัดขึ้นในท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน ทั้ง 22 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานน่านนคร ระนอง สกลนคร นครพนม ลำปาง ร้อยเอ็ด เลย ชุมพร แม่สอด นราธิวาส แพร่ นครราชสีมา กระบี่ สุราษฏร์ธานี อุดรธานี บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช ขอนแก่น ตรัง อุบลราชธานี ปาย และเพชรบูรณ์ ซึ่งแต่ละท่าอากาศยานกำหนดการฝึกซ้อมในกรณีที่แตกต่างกันไป โดยในการฝึกซ้อมจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด ทั้งภาครัฐและเอกชน บูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่น หน่วยสนับสนุนด้านการดับเพลิง หน่วยกู้ชีพกู้ภัย หน่วยทางการแพทย์ หน่วยทางด้านพิสูจน์หลักฐาน หน่วยทหารและตำรวจ และหน่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมดังกล่าวฯ








