วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ให้การต้อนรับ Mr. Daniel Nicholls, EU Public Sector and Infrastructure Development Financing Expert พร้อมด้วยผู้แทนจาก EU-Thailand Cooperation Facility (EUTHCF) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยร่วมกับสหภาพยุโรป ซึ่งการเข้าพบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อหารือถึงแนวทางที่สหภาพยุโรปสามารถให้การสนับสนุนผ่านยุทธศาสตร์ Global Gateway ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด สะอาด และปลอดภัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการลงทุนของยุโรปที่จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบรางของภูมิภาคอาเซียน
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางหลายโครงการ เพื่อให้ระบบรางเป็นระบบหลักในการเดินทางและการขนส่งของประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมือง การพัฒนารถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งทางรางระหว่างประเทศ อีกทั้งได้เน้นย้ำว่า ขร. ตระหนักถึงศักยภาพของสหภาพยุโรปในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบรางระดับโลก โดยปัจจุบันประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีรถไฟจากยุโรปมาใช้ในระบบรถไฟฟ้าหลายสาย รวมถึงระบบอาณัติสัญญาณของยุโรปที่ใช้ในโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยียุโรปในการยกระดับมาตรฐานระบบรางของไทย ทั้งนี้ ขร. ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับสากล
นายพิเชฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางการพัฒนาระบบรางของไทยในอนาคตจะมุ่งรองรับปริมาณความต้องการเดินทางที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางรางจึงไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และสนับสนุนให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล
การหารือในครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อส่งเสริมการลงทุน นวัตกรรม และการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญระดับโลก อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางของไทยให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต








