วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,768 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,322 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,321 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง หุงข้าวด้วยน้ำประปาเสี่ยงได้รับโลหะหนัก
อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน เดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง การดื่มน้ำเย็นจัด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สั่งตรวจสอบการตุนน้ำมันทั่วประเทศ หากพบตัวคนผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมทางหลวง เปิดให้ชำระค่าบริการ M-Flow ผ่านเว็บไซต์
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง หุ้น SET 50 กองทุนทองคำฮั่วเซ่งเฮง เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผลวันละ 320 บาท ติดต่อซื้อหุ้นได้ที่เพจ Gold Investment Advisory TH
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สืบเนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้น ทั้งอากาศร้อนจัด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้จริง หรือ Feel like ใช้บ่งชี้ระดับความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน โดยคำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งต่างจากอุณหภูมิทั่วไปที่วัดเพียงระดับความร้อนหรือความเย็นของอากาศ
สำหรับในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีค่าดัชนีความร้อนสูงสุดถึง 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อน จำนวน 21 คน ขณะที่ปี 2569 คาดว่า สถานการณ์ความร้อนจะมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความร้อนอาจอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0-41.9 °C) ถึงอันตรายมาก (มากกว่าหรือเท่ากับ 52.0 °C) ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่น ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและอาจทำให้เสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
-------------------------------------------------------------------------------------








