วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,038 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,621 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,615 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 14 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 7 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง อิหร่านอนุญาตให้เรือน้ำมันและ LPG ผ่านได้เฉพาะของไทย-จีน-รัสเซี
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง สว. อังคณา เกิดที่จังหวัดพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรประชาชนไม่ต้องลงทะเบียน รับ 5,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารอัตโนมัติ
อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง AOT ประกาศปรับขึ้นค่าบริการขาออกระหว่างประเทศ 6 สนามบินหลัก เริ่ม 20 มิ.ย. 69
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาพบฐานผลิตโดรนโจมตีของไทย ในจังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระสุนปืนใหญ่ทหารไทยที่ยิงใส่กัมพูชา ทำให้ช้างในป่าพระวิหารเสียชีวิต
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้ว่า ธปท. ไปออกรายการข่าวชื่อดัง พร้อมให้สัมภาษณ์
อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้บุคคลทั่วไปร่วมลงทุนกับหุ้น OR อเมซอน พอร์ตเริ่มต้น 1 หน่วย 1,260 บาท ผ่านเพจเฟซบุ๊ก OR create stability
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “อิหร่านอนุญาตให้เรือน้ำมันและ LPG ผ่านได้เฉพาะของไทย-จีน-รัสเซีย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากที่มีรายงานข่าวล่าสุดว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือของมิตรประเทศบางชาติผ่านเข้าช่องแคบฮอร์มุชได้ แต่ยังไม่ปรากฏรายงานเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้แต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
Line ID: @antifakenewscenter
Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
X : @AFNCThailand
TikTok : @antifakenewscenter
IG : afnc_thailand/








